ทุกข์และการดับทุกข์ในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความทุกข์ เป็นสภาพที่ทนได้ยาก แย้งต่อความสุข ถูกบีบคั้นอยู่ตลอดเวลาทั้งกาย และใจ ด้วยภาวะที่เป็นไปตามธรรมชาติที่ครอบคลุมสรรพสิ่ง ไม่สามารถที่จะรักษาสภาพเดิมไว้ได้ เนื่องจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีความเป็นใหญ่ของตนเอง ต้องอาศัยปัจจัยอื่นเกิดขึ้นในรูปของกระแสต่อเนื่อง การยึดมั่นในขันธ์ห้าจึงมีสภาพเป็นที่ตั้งแห่งทุกข์โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือทุกข์ทางกาย และทุกข์ทางใจ พุทธศาสนาเน้นทุกข์ทางใจว่า เป็นต้นตอของความทุกข์ทั้งหมดโดยมีอวิชชาเป็นเหตุให้เกิดตัณหา การจะดับทุกข์ได้คือต้องดับตัณหาโดยต้องดำเนินตามหลักอริยมรรคซึ่งรวมลงในไตรสิกขาคือ ศีล สมาธิ และปัญญา
ทุกข์และการดับทุกข์ในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบทผ่านเรื่องราวบุคคลต่าง ๆ ทั้งพระพุทธเจ้า พระสาวก สาวิกา อุบาสก อุบาสิกา และบุคคลทั่วไปที่เกี่ยวข้องด้วยพระพุทธเจ้าทั้งในชาติปัจจุบัน อดีตชาติ แสดงให้เห็นกระบวนการเกิดทุกข์ สาเหตุแห่งความทุกข์ ทางดับทุกข์ และรูปแบบ แบบอย่างในการดำเนินชีวิตที่นำไปสู่การดับทุกข์ โดยกระบวนการแห่งทุกข์ และวิธีดับทุกข์ คือ วิธีการดับทุกข์ทางกาย เป็นการมีร่างกายที่แข็งแรง มีความเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมที่ดี ปฏิรูปเทศมีประโยชน์ให้คุณค่าแก่ชีวิตที่ถูกต้อง มีความสุข และได้รับคุณค่าในการพัฒนาชีวิต ให้สูงขึ้นตามทางของศีล หรือศีลสิกขา คือ การดำรงตนอยู่ด้วยดี มีชีวิตที่เกื้อกูลต่อสภาพแวดล้อมที่ตนมีส่วนช่วยสร้างสรรค์รักษาให้เอื้อแก่การมีชีวิตที่ดีร่วมกัน เพื่อเป็นพื้นฐานต่อการพัฒนาสมาธิและ ปัญญา โดยวางหลักเกณฑ์ข้อบังคับเพื่อควบคุมความประพฤติ ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันด้วยดี สร้างโอกาสสำหรับทำความดี วิธีการดับทุกข์ทางใจ หลักธรรมทางพุทธศาสนาที่เน้นจิตใจเป็นหลัก ซึ่งกล่าวไว้ในอริยสัจเน้นการแก้ไขทุกข์ ทางใจ เมื่อความทุกข์เกิดเพราะมีเหตุคือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน การดับทุกข์ต้องดับอวิชชา ตัณหา อุปาทานด้วยการพัฒนาสมาธิและปัญญา ซึ่งได้ผ่านการอบรมกายและวาจาด้วยศีลเป็นพื้นฐาน ทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านจิตใจด้วยสมาธิจนนำไปสู่การเจริญทางด้านปัญญา การพัฒนาจิตที่จะให้มีคุณภาพ ดังนั้น คัมภีร์อรรถกถาธรรมบทจึงเป็นคัมภีร์ที่เหมาะแก่การศึกษาคำสอนว่าด้วยความทุกข์และการดับทุกข์แบบบุคลาธิษฐาน ทำให้เข้าใจคำสอนได้ง่ายขึ้น เพื่อการเข้าใจทุกข์ และกำจัดทุกข์เข้าสู่บรมสุขต่อไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2545). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: บริษัทสื่อตะวัน จำกัด.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2548). จะพัฒนาคนกันอยางไร ? (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.
พระพุทธโฆสเถระ. (2548). คัมภีรวิสุทธิมรรค แปลและเรียบเรียงโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร). (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพมหานคร: บริษัท ธนาเพรส จำกัด.
พระมหาเกษม สญฺญโต (ลักษณะวิลาศ). (2534). การศึกษาเชิงวิเคราะห์เรื่องทุกข์ในพระพุทธศาสนา. ใน วิทยานิพนธ์ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. มหามกุฎราชวิทยาลัย.
พระมหาปองปรีดา ปริปุณฺโณ. (2545). การป้องกันและการรักษาโรคตามหลักพระพุทธศาสนา. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พันเอกปิ่น มุทุกันต์. (2527). มงคลชีวิตภาค 1. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คลังวิทยา.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2534). พระไตรปิฎกพร้อมอรรถกถาแปล ชุด 91 เล่ม. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฎกํ 2500. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหามกุฎราชวิทยาลัย. (2537). พระธัมมปทัฏฐกถาแปล ภาค 4. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย.
อธิเทพ ผาทา. (2549). การศึกษารูปแบบและกระบวนการแก้ปัญหาในพระพุทธศาสนาเถรวาท: ศึกษาเฉพาะกรณีอธิกรณสมถะ และกฎนิคหกรรมของมหาเถรสมาคมในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฏีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.