แบบจำลองความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ของประเทศไทย

ดาศรินทร์พัชร์ สุธรรมดี
Thailand
ชินวัฒน์ เชื้อสระคู
Thailand
คำสำคัญ: แบบจำลอง, ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ, การพัฒนา, การจัดการท่องเที่ยว, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1
เผยแพร่แล้ว: ส.ค. 26, 2025

บทคัดย่อ

          การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เคราะห์ปัจจัยเชิงสาเหตุที่สำคัญที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ของประเทศไทย และ2) สร้างแบบจำลองความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ของประเทศไทย งานวิจัยนี้เป็นการดำเนินการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ซึ่งประกอบด้วยสองระยะหลัก ในระยะที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยงานวิจัยเชิงปริมาณมีการกำหนดขนาดตัวอย่างที่เหมาะสมสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง (Structural Equation Model: SEM) ผู้วิจัยได้อ้างอิงตามแนวทางของ Hair และคณะ (Hair et al., 2014) ซึ่งเสนอแนะว่าขนาดตัวอย่างที่เพียงพอควรมีจำนวนระหว่าง 200 ถึง 300 ตัวอย่าง หรือมีอัตราส่วนระหว่างจำนวนตัวอย่างต่อจำนวนตัวแปรสังเกตได้อย่างน้อย 10 ถึง 20 เท่า ในงานวิจัยนี้มีตัวแปรสังเกตได้ทั้งหมด 27 ตัวแปร ดังนั้น เพื่อให้ได้ขนาดตัวอย่างที่เหมาะสมและมีกำลังทางสถิติเพียงพอสำหรับการวิเคราะห์ SEM ตามเกณฑ์ดังกล่าว จึงควรมีขนาดตัวอย่างขั้นต่ำเท่ากับ 20 เท่าของจำนวนตัวแปรสังเกตได้ ซึ่งคำนวณได้เป็น 20 x 27 = 540 กลุ่มตัวอย่าง การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการโดยใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่าของลิเคิร์ท-สเกล (Likert Scale) 5 ระดับ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรม AMOS (Analysis of Moment Structures) เพื่อวิเคราะห์ความตรงเชิงโครงสร้าง (Construct Validity) ความเชื่อมั่น (Reliability) ความเป็นเส้นตรง (Linearity) และการวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพในระยะที่ 1 นั้น  ผู้วิจัยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) คือผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ของประเทศไทย โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling)จำนวน 44 ท่าน จัดการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลในระยะนี้ดำเนินการผ่านการวิเคราะห์เอกสารวิชาการ (Document Analysis) และการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) โดยผู้วิจัยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่อพรรณนารายละเอียด ตีความหมาย และอธิบายความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ได้ ผู้วิจัยได้นำข้อมูลที่ได้มาสังเคราะห์และสร้างแบบจำลอง (Model) การพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ของประเทศไทย ในระยะที่ 2 ผู้วิจัยได้ดำเนินการตรวจสอบและยืนยันความเหมาะสมของแบบจำลอง โดยการนำเสนอต่อผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ จำนวน 32 ท่าน เพื่อประเมินความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของโมเดลที่พัฒนาขึ้น เพื่อให้ได้แนวทางเชิงนโยบายที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ของประเทศไทย


          ผลการวิจัย พบว่า 1) การวิเคราะห์อิทธิพลทางตรง ทางอ้อม และอิทธิพลรวม ชี้ให้เห็นกลไกเชิงซ้อนของการพัฒนาการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยมิติการนำนโยบายไปปฏิบัติแสดงบทบาทโดดเด่นที่สุดด้วยอิทธิพลทางตรงสูงสุด (β=0.84∗∗) ต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งหมายความว่าการแปลงนโยบายเป็นแผนปฏิบัติการจริงมีพลังขับเคลื่อนสูงกว่าปัจจัยอื่นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับอิทธิพลทางตรงของมิติเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (β=0.22 ∗∗) สะท้อนให้เห็นว่าการใช้ความคิดสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจจะได้ผลสัมฤทธิ์สูงสุดเมื่อผนวกกับกรอบนโยบายที่ชัดเจน 2) แบบจำลองความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ของประเทศไทย ในมิติการจัดการโลจิสติกส์ของแหล่งท่องเที่ยว มิติทุนทางปัญญา มิติเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และมิติการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยว ที่ตั้งไว้ตามสมมติฐานที่เสนอกับข้อมูลเชิงประจักษ์หลังการปรับตัวแบบการวิจัย มีค่าไค-สแควร์ ต่อค่าองศาอิสระ ( 2/df) เท่ากับ 1.154 โดยมีค่าน้อยกว่า 2 และจากค่าไค-สแควร์ มีความไวต่อขนาดของกลุ่มตัวอย่าง จึงเสนอว่าให้พิจารณาดัชนีอื่นประกอบด้วย ซึ่งค่าดัชนีวัดระดับความสอดคล้อง (GFI) เท่ากับ 0.973 มีค่าดัชนีความคลาดเคลื่อนในการประมาณค่าพารามิเตอร์ (RMSEA) เท่ากับ 0.017 มีดัชนีวัดระดับความสอดคล้องเปรียบเทียบ (CFI) เท่ากับ 0.999 และมีค่ารากของค่าเฉลี่ยกำลังสองของค่าความคลาดเคลื่อน (RMR) เท่ากับ 0.005 จึงเป็นไปตามเงื่อนไข สรุปได้ว่า ตัวแบบสมการโครงสร้างของมิติการจัดการโลจิสติกส์ของแหล่งท่องเที่ยว มิติทุนทางปัญญา มิติเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และมิติการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยว หลังการปรับตัวแบบการวิจัยมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง

สุธรรมดี ด., & เชื้อสระคู ช. (2025). แบบจำลองความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ของประเทศไทย. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 9(2), 225–244. https://doi.org/10.14456/jlgisrru.2025.34

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research Articles)

หมวดหมู่

เอกสารอ้างอิง

กรองจันทน์ จันทรพาหา. (2566). ชาวจีนอพยพใหม่ทางภาคใต้ของประเทศไทย. https://thaiembassy.no/2020/12/24/ep03ยิ้มสยาม-สยามเมืองยิ้ม

กรองจันทน์ จันทรพาหา. (2567). รายงานภาวะเศรษฐกิจการท่องเที่ยว (Tourism Economic Review). http://www.tica.or.th/images/plan_tourism2555-2559.pdf

คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ. (2560). ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558–2560. จาก http://mots.go.th/

จิรานุช โสภา. (2560). การพัฒนากลยุทธ์การจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วม: กรณีศึกษาชุมชนบ้านห้วยหินดำ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต].

ปกรณ์ ปรียากร. (2538). ทฤษฎีและแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาในการบริหารการพัฒนา. กรุงเทพฯ: สามเจริญพานิช.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: อักษรเจริญทัศน์ อจท.

สนธยา พลศรี. (2547). ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

พระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2551. (2551). พระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม. กรุงเทพฯ: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2557). โครงการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สัมผัสภูมิปัญญาท้องถิ่น. จาก www.mots.go.th/ewtnews.php?nid=5780

Chen, L., & Chang, Y. (2022). Logistics infrastructure and tourism development in Vietnam. Journal of Southeast Asian Economics, 39(2), 112–130.

Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2014). Multivariate data analysis (7th ed.). Prentice Hall.

Kaosa-ard, M., & Rerkyungkan, S. (2018). Infrastructure development in Northeastern Thailand. NIDA Press.

Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company. Oxford University Press.

Porter, M. E. (1990). The competitive advantage of nations. Free Press.

Pressman, J. L., & Wildavsky, A. (1984). Implementation: How great expectations in Washington are dashed in Oakland. University of California Press.

UNESCO. (2022). Sustainable tourism development in Cambodia. UNESCO Publishing.