การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับการใช้คำถามสะท้อนคิด ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e295264คำสำคัญ:
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ, การเรียนรู้แบบสืบเสาะ, การใช้คำถามสะท้อนคิดบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับการใช้คำถามสะท้อนคิด ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับการใช้คำถามสะท้อนคิด ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และหลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับการใช้คำถามสะท้อนคิด กับเกณฑ์ร้อยละ 80 รวมทั้งศึกษาการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับการใช้คำถามสะท้อนคิด กับเกณฑ์ร้อยละ 80
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) แบบแผนการวิจัยแบบ One-Group Pre-test Post-test Design กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนบ้านทับลาน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 23 คน ซึ่งได้จากการสุ่มห้องเรียนด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม ใช้วิธีการจับฉลากโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับการใช้คำถามสะท้อนคิด จำนวน 5 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.98 แบบวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณ มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.95 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที
ผลการวิจัย: ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับการใช้คำถามสะท้อนคิดในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนเรียนเท่ากับ 13.00 และหลังเรียนเท่ากับ 25.43 การคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับการใช้คำถามสะท้อนคิด ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนเท่ากับ 16.87 คิดเป็นร้อยละ 84.35
สรุปผล: ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับการใช้คำถามสะท้อนคิดในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 การคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะร่วมกับการใช้คำถามสะท้อนคิด ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ชัชรีย์ ละครชัย. (2566). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม หน่วยการเรียนรู้อาหารและการย่อยอาหารสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (วิทยานิพนธ์, สาขาหลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ.
ณัฐญา เจริญพันธ์. (2564). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7Es) ด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงเสริม (Augmented Reality) เรื่อง อะตอมและสมบัติของธาตุสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (วิทยานิพนธ์, สาขาการสอนวิทยาศาสตร์, คณะศึกษาศาสตร์). มหาวิทยาลัยบูรพา.
ณัฐนันท์ บุญเพ็ญ. (2563). ผลการคิดอย่างมีวิจารณญาณด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบสืบสวนสอบสวนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีความสามารถในการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ต่างกัน (วิทยานิพนธ์, สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2562). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 23). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นาถณรินทร์ วัฒน์ธนนันท์. (2563). ผลการสอนแบบสะท้อนคิดในวิชาวิทยาศาสตร์ต่อการตระหนักรู้การรู้คิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). วิธีวิจัยพฤติกรรมและสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ภพ เลาหไพบูลย์. (2542). แนวการสอนวิทยาศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
ภัทรศรี พุ่มขจร. (2562). การศึกษาแนวคิดเชิงวิทยาศาสตร์เรื่องปฏิกิริยาเคมี และเจตคติต่อวิชาเคมีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนการเรียนคณิตศาสตร์–ภาษาอังกฤษ ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการนำเสนอแนวคิดเคมี 3 ระดับ (วิทยานิพนธ์, สาขาวิชาเคมีศึกษา, คณะวิทยาศาสตร์). มหาวิทยาลัยบูรพา.
โรงเรียนบ้านทับลาน. (2566). รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR). ปราจีนบุรี: โรงเรียนบ้านทับลาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2.
โรงเรียนบ้านทับลาน. (2567). รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR). ปราจีนบุรี: โรงเรียนบ้านทับลาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2.
วราวรรณ แสงอยู่. (2556). ผลของการใช้วงจรการจัดการเรียนรู้ 5E ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถามตามแนวคิดของออสบอร์นที่มีผลต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (วิทยานิพนธ์, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, คณะครุศาสตร์). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิเศษ พึ่งประยูร. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โดยบูรณาการทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถามเพื่อพัฒนาความคิดเชิงวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ดุษฎีนิพนธ์, สาขาหลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยบูรพา.
สมโภชน์ อเนกสุข. (2559). การวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 8). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทยจำกัด.
สิราวรรณ จรัสรวีวัฒน์. (2554). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะการสะท้อนคิดของนิสิตฝึกปฏิบัติการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา (ดุษฎีนิพนธ์, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, คณะศึกษาศาสตร์). มหาวิทยาลัยบูรพา.
อาทิตยา สีหราช. (2561). การส่งเสริมความสุขในการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยการจัดการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนคิดด้วยการให้ข้อมูลย้อนกลับในวิชาเคมี (วิทยานิพนธ์, สาขาวิชาการศึกษาวิทยาศาสตร์, คณะครุศาสตร์). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2546). หลักการสอน (ฉบับปรับปรุง). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
Ahmed, C., & Mohssine, N. (2016). Teaching and assessing 21st century critical thinking skills in Morocco: A case study. Arab World English Journal, 7(4), 21–41.
Baron, J. (1981). Reflective thinking as a goal of education. Intelligence, 5(4), 291–309.
Bloom, B. S. (1976). Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill.
Eisenkraft, A. (2003). Expanding the 5E model: A proposed 7E model emphasizes “transfer of learning” and the importance of eliciting prior understanding. The Science Teacher, 70(6), 56–59.
Ennis, R. H. (1962). A concept of critical thinking. Harvard Educational Review, 32, 81–111.
Gibbs, G. (2013). Learning by doing: A guide to teaching and learning methods. Retrieved from https://thoughtsmostlyaboutlearning.files.wordpress.com/2015/12/learning-by-doing-graham-gibbs.pdf
Hu, W., & Adey, P. A. (2002). A scientific creativity test for secondary school students. International Journal of Science Education, 24(4), 389–403.
Piaget, J. (1970). Science of education and the psychology of the child. New York: Orion Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





