ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดในการทำงานของกลุ่มคนทำงานในเขตบางซื่อ จังหวัดกรุงเทพมหานคร
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e291132คำสำคัญ:
ความเครียด, ความเครียดในการทำงาน, คนทำงานบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ความเครียดเป็นภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อความกดดันทั้งทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม เมื่อเกิดความเครียดจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่พึงประสงค์ มนุษย์จึงพยายามหาวิธีผ่อนคลายโดยเฉพาะความเครียดในระดับที่เป็นโทษ ส่งผลกระทบต่อการทำงานและลดประสิทธิภาพลง ซึ่งเป็นที่มาของงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) เพื่อศึกษาปัจจัยด้านการทำงานของกลุ่มคนทำงานในเขตบางซื่อ จังหวัดกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาระดับความเครียดของกลุ่มคนทำงานในเขตบางซื่อ จังหวัดกรุงเทพมหานคร
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มคนทำงานในเขตบางซื่อ จังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 310 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามสถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าความถี่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสำหรับสถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน คือการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างตัวแปร 2 ตัว (Independent-Samples:t-test) การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างตัวแปรมากกว่า 2 ตัว ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way Analysis of Variance: One-way Anova: F-test) และด้านการหาค่าความสัมพันธ์ของตัวแปร ใช้สถิติการหาค่าความสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Correlation)
ผลการวิจัย: ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความเครียดในการทำงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (\bar{x} = 3.85) เมื่อพิจารณารายด้านจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านลักษณะงาน (\bar{x} = 3.94) ด้านโครงสร้างและบรรยากาศองค์กร (\bar{x} = 3.86) ด้านสัมพันธภาพในการทำงาน (\bar{x} = 3.83) ด้านความสำเร็จและความก้าวหน้าในอาชีพ (\bar{x} = 3.83) ด้านบทบาทและหน้าที่ในองค์กร (\bar{x} = 3.79) 3.)ด้านระดับความเครียด ผลการวิจัยพบว่า ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความเครียดของผู้ตอบแบบสอบถามในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (\bar{x} = 3.72) เมื่อพิจารณารายด้านจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านจิตใจ (\bar{x} = 3.78) ด้านร่างกาย (\bar{x} = 3.74) ด้านพฤติกรรม (\bar{x} = 3.63) และ4.)ปัจจัยส่วนบุคคลด้านเพศ ลักษณะงาน สถานภาพและโรคประจำตัวแตกต่างกันมีระดับความเครียดที่แตกต่างกัน ส่วน อายุ ระดับการศึกษา รายได้ หน่วยงานที่ปฏิบัติงาน และจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่ต้องดูแลแตกต่างกัน มีปัจจัยด้านการทำงานที่มีผลต่อความเครียดในการทำงานไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
สรุปผล: ความเครียดในการทำงานของคนในเขตบางซื่อเกิดจากการตอบสนองต่อปัจจัยกดดันที่ไม่พึงประสงค์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ความโกรธ สับสน หรือเศร้าใจ อารมณ์เชิงลบเหล่านี้ส่งผลต่อพฤติกรรมและสุขภาพจิต ขณะที่อารมณ์สงบจะส่งผลดีต่อการดำเนินชีวิต ปัจจัยภายนอกอย่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดความเครียดจนกระทบสุขภาพจิตได้
เอกสารอ้างอิง
จุฑารัตน์ ทางธรรม. (2558). ปัจจัยด้านการทำงานที่มีอิทธิพลต่อความเครียดและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ [วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี].
ฐาปนี วังกานนท์. (2556). ปัจจัยด้านการทำงานที่มีผลต่อความเครียดของพนักงาน: กรณีศึกษา บริษัทแอมพาส อินดัสตรี จำกัด [การค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี].
ณัฐสิณีนันท์ เมธากาญจนา. (2562). ความเครียดและความเบื่อหน่ายในงานที่ส่งผลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงาน: กรณีศึกษา บริษัทเอ็นเอ แคลเทคโนโลยี จำกัด [การค้นคว้าอิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี].
ปวิตรา ลาภละมูล. (2557). ความเครียดภายในองค์กรที่มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัท ไอ.เทค.คอมมูนิเคชั่น จำกัด [สารนิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].
วชิระ เพ็ชรราม, & กลางเดือน โพชนา. (2559). ความเครียดของพนักงานและปัจจัยที่มีผลต่อความเครียดของพนักงานกรณีศึกษาฐานผลิตแก๊สธรรมชาตินอกชายฝั่งอ่าวไทย. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 18(1), 10–20.
ศวิตา สริจันทร์. (2559). ข้อเรียกร้องในการทำงานที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการทำงานผ่านความเครียดในการทำงานของพนักงานธนาคารธนชาต สังกัดสำนักงานภาคกลาง 3 (นครปฐม) [วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





