การพัฒนาบทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ที่ส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e287246คำสำคัญ:
ความสามารถในการอ่านออกเสียง, บทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ Google Classroom, การประเมินความพึงพอใจบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ภาษาต่างประเทศเป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐานช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจความแตกต่างของวัฒนธรรม สามารถสื่อสารในสถานการณ์ต่างๆถ่ายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยปยังสังคมโลกโดยมีสาระสำคัญ คือ ภาษาเพื่อการสื่อสาร ภาษาและวัฒนธรรม ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ภาษากับความสัมพันธ์ชุมชนและโลก การที่นักเรียนจะเรียนรู้ภาษาต่างประเทศให้มีประสิทธิภาพจนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ คำศัพท์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะการเรียนรู้คำศัพท์จะส่งผลให้ผู้เรียนสามารถใช้ทักษะภาษาอังกฤษติดต่อสื่อสารอย่างเป็นสากลได้ สิ่งสำคัญประการแรกนักเรียนต้องมีความเช้าใจเรื่องคำศัพท์ เพราะคำศัพท์คือหัวใจสำคัญของการเรียนการสอน หากไม่มีความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์นักเรียนจะไม่สามารถสื่อสารได้ และคำศัพท์ยังส่งผลต่อทักษะการฟัง ทักษะการพูด ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียน ตลอดจนการนำคำศัพท์ไปใช้อย่างถูกหลักไวยากรณ์ การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาบทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ด้วย Google Classroomที่ส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
2) เพื่อเปรียบเทียบผลการประเมินความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้บทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ด้วย Google Classroom 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ที่ส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ระเบียบวิธีวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องโดยกลุ่มเป้าหมายการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนวิชาภาษาอังกฤษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนหนองพอกวิทยายน อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 14 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง School Vay เป็นการพัฒนาบทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ที่ส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 2 แผน 5 ชั่วโมง 2) บทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ด้วย Google Classroom เรื่อง School day เป็นสื่อในการเรียนรู้คำศัพท์คล้องจองภาษาอังกฤษในโรงเรียน จำนวน 5 บท สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3) แบบประเมินความสามารถในการอ่าน เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบิก (Scoring Rubrics) 4) แบบประเมินความพึงพอใจ เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบิก (Scoring Rubrics)
ผลการศึกษา: ผลการวิจัยการพัฒนาบทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ที่ส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า (1) ผลการพัฒนาบทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์และประเมินคุณภาพบทเรียนด้วย Google Classroom เรื่อง School พบว่าการสร้างและประเมินคุณภาพบทเรียนจากผู้เชี่ยวชาญ ด้านเนื้อหา มีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก (\bar{x}= 4.67, S.D. =0.43) จากการวิเคราะห์ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าสามารถนำบทเรียนด้วย Google Classroom เรื่อง School day นำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ (2) ผลการเปรียบเทียบผลการประเมินความสามารถในการอ่านของนักเรียนก่อนและหลังการใช้บทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ด้วย Google Classroom เรื่อง School day เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า คะแนนผลการประเมินหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยคะแนนหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 15.57 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.34 และคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 6.50 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.02 ค่า t-test ได้เท่ากับ 22.75 แสดงว่าคะแนนประเมินความสามาถในการอ่านหลังเรียนนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.5 (3) ผลการประเมินความพึงพอใจของของผู้เรียนการพัฒนาบทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์และประเมินคุณภาพบทเรียนการจัดการเรียนรู้ด้วย Google Classroom เรื่อง School day พบว่า ผลการประเมินระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.88 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.18 โดยแยกเป็นรายประเด็น นักเรียนมีความพึงพอใจบทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ที่ส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในระดับ มากที่สุด
สรุปผล: นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เข้าใช้บทเรียนแบบรอบรู้ออนไลน์ด้วย Google Classroom มีคะแนนหลังการใช้บทเรียนสูงกว่าก่อนการใช้งานบทเรียน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
ณัฐฐินันท์ กังแฮ, กุสุมา ใจสบาย, และกรวรรณ สืบสม. (2560). การพัฒนาบทเรียนออนไลน์เรื่องระบบสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 9(24), 1–10.
ธนพล รามฤทธิ์, & ชินานาง สวัสดิ์รัมย์. (2564). การใช้ Google Classroom กับการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการสร้างกราฟิกเวคเตอร์. วารสารมนุษยสังคมสาร มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 19(33), 161–178.
ธนวรรธน์ สายทอง. (2552). แนวคิดการเรียนรู้ออนไลน์ในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ. วารสารเทคโนโลยีสารสนเทศและการศึกษา, 3(1), 12–20.
ประเสริฐ รัตนเทพ. (2556). การจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์ในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการทางการศึกษา, 7(2), 22–30.
พันทะลี, พระณัฐวุฒิ. (2563). การเปลี่ยนแปลงทางสังคมในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการพระพุทธศาสนาเขตลุ่มน้ำโขง, 3(2), 44–55.
พิมพ์วิภา มะลิลัย, ดำรัส อ่อนเฉวียง, & สุขมิตร กอมณี. (2563). การพัฒนาบทเรียนออนไลน์วิชาภาษาจีนกลาง เรื่อง พินอิน ด้วยกูเกิลคลาสรูม (Google Classroom) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. e-Journal of Education Studies, Burapha University, 2(2), 31–43. https://www.tci-thaijo.org/index.php/ejes/article/view/241795
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สุธาทิพย์ จิราคม. (2554). บทเรียนออนไลน์และการส่งเสริมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 24(1), 45–54.
Garrison, D. R., & Anderson, T. (2003). E-learning in the 21st century: A framework for research and practice. RoutledgeFalmer.
Moore, M. G., & Kearsley, G. (2012). Distance education: A systems view of online learning (3rd ed.). Wadsworth Cengage Learning.
Siemens, G. (2005). Connectivism: A learning theory for the digital age. International Journal of Instructional Technology and Distance Learning, 2(1), 3–10.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





