บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมและสนับสนุนความตระหนักรู้จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ให้นักเรียน: กรณีศึกษา โรงเรียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.285258คำสำคัญ:
การรับรู้ของครู, การส่งเสริมและสนับสนุนความตระหนักรู้, จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์, บทบาทผู้บริหารบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาบทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมและสนับสนุนความตระหนักรู้จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ให้นักเรียน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการรับรู้ของครูต่อบทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมและสนับสนุนความตระหนักรู้จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ให้แก่นักเรียน กรณีศึกษาโรงเรียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร 2) เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสถานภาพส่วนบุคคลของครู ด้านเพศ วิทยฐานะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ กับการรับรู้บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมและสนับสนุนความตระหนักรู้จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ให้แก่นักเรียน กรณีศึกษาโรงเรียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
ระเบียบวิธีการวิจัย: ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ครั้งนี้ ได้แก่ ข้าราชการครู โรงเรียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครจำนวน 80 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับระดับบทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมและสนับสนุนความตระหนักรู้จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ให้นักเรียนลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความคล้องระหว่าง 0.80 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.926 สถิติที่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า (1) ระดับการรับรู้ของครูต่อบทบาทของผู้บริหาร กรณีศึกษาโรงเรียนขนาดใหญ่ แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าทุกด้านอยู่ในระดับมาก เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อยได้ดังนี้ ด้านการพัฒนาบุคลากร ด้านการเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายและวิสัยทัศน์ ด้านการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน และด้านการสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ (2) ผลการเปรียบเทียบตามสถานภาพส่วนบุคคล พบว่า ครูที่ไม่ระบุเพศ ครูผู้ช่วย และครูกลุ่มสาระการงานอาชีพมีค่าเฉลี่ยการรับรู้สูงที่สุดในแต่ละด้าน ได้แก่ ด้านบทบทบาทในการกำหนดนโยบายและวิสัยทัศน์ ด้านบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ด้านบทบาทในการพัฒนาบุคลากร ด้านบทบาทในการสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ด้านบทบาทในการเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรม
สรุปผลและอภิปรายผล: บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมและสนับสนุนความตระหนักรู้จริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ให้นักเรียนกรณีศึกษา โรงเรียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร พบว่าครูในโรงเรียนมีการรับรู้ในระดับมากต่อบทบาทการบริหารงานของผู้บริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการพัฒนาบุคลากรและการเป็นแบบอย่างด้านจริยธรรม อีกทั้งยังพบว่าสถานภาพส่วนบุคคลที่แตกต่างกันส่งผลต่อระดับการรับรู้บทบาทผู้บริหารที่แตกต่างกันทั้งนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของครูแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กิติญาดา มัสแหละ. (2566). บทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมการทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 2. วารสาร มจร นครทรรศน์, 5, 45-57.
เก็จกนก เอื้อวงศ์ และ รัตนา ดวงแก้ว (2562).ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 40. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ชลดา สมัครเกษตรการ. (2566). การใช้สารสนเทศของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์, 13, 117-127.
นัทธมน ทรรศนกุลพันธ์. (2566). ทัศนคติการทำงานของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศและผลกระทบต่อความผูกพันต่อองค์กร. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต วิทยาลัยการจัดการ,มหาวิทยาลัยมหิดล.
พุทธิพงษ์ ทองเขียว. (2562). ศึกษาบทบาทของผู้บริหารในการส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้ตามการรับรู้ของผู้บริหารและครูโรงเรียนมัธยมศึกษา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
รณชัย ทองงามขำ. (2566). พฤติกรรมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความผูกพันของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1. สิรินธรปริทรรศน์, 24, 156-168.
รัตน์ฐาภัทร์ ธนโชติสุขสบาย และ นพดล เจนอักษร. (2558). ทักษะทางวิทยาศาสตร์ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการบริหารแบบมีส่วนร่วมในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. Veridian E-Journal, Silpakorn University. 8 (1), 483-499.
วิโรจน์ สารรัตนะ และคณะ. (2561). ภาวะผู้นำสำหรับศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. 20 (1), 261-271.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566-2570). https://www.secondarytak.go.th
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2564). แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565-2570). https://www.onde.go.th//assets/portals/1/files/20220726เล่มแผนปฏิบัติการด้านAIฯ(1).pdf
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (2565). รายงานประจำปี 2565 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์. (2560). การศึกษาภาวะผู้นำเพื่อการบริหารและการนำคณะของคณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560. ใน รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
สุมิตรา ผลทิพย์. (2566). บทบาทผู้บริหารในการส่งเสริมจริยธรรมในโรงเรียนกลุ่มกรุงเทพเหนือ สังกัดกรุงเทพมหานคร. การประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 12 บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี (น. 373-381).
อารี ศรีใสพัฒนกุล. (2566). บทบาทของครูผู้ช่วยในการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 2. นักบุตรปริทัศน์, 9, 194-202.
Dana, W. (2023). Ethics in the Age of Artificial Intelligence: Preparing Students for the Future. Chintasit Academic Journal. 1(3), 167-178.
Likert, R. (1932). A technique for measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, 5-55.
OECD. (2023). OECD Guidelines for Multinational Enterprises on Responsible Business Conduct. Retrieved from: https://mneguidelines.oecd.org/targeted-update-of-the-oecd-guidelines-for-multinational-enterprises.htm
UNESCO. (2023). Global Education Monitoring Report Team South-East Asian Ministers of Education Organization. Retrieved from: https://www.unesco.org/th/articles/rayngankartidtamphlkarsueksathawolkpii-2023-exechiiytawanxxkechiiyngit-ethkhonolyiikabkarsueksa
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





