การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคม สำหรับครูวิทยาศาสตร์
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2024.276900คำสำคัญ:
หลักสูตรฝึกอบรม;, การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคม; , จิตวิทยาศาสตร์บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การสร้างโปรแกรมการฝึกอบรมครูวิทยาศาสตร์มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การยกระดับคุณภาพทางวิชาการ และเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับความท้าทายแห่งศตวรรษที่ 21 หลักสูตรเหล่านี้ช่วยให้นักการศึกษาสามารถส่งเสริมความอยากรู้อยากเห็น การคิดเชิงวิพากษ์ และความคิดสร้างสรรค์ในนักวิทยาศาสตร์และนักคิดรุ่นต่อไปโดยมอบทักษะและความรู้ที่จำเป็นให้พวกเขา การให้ทุนสนับสนุนโครงการเตรียมความพร้อมสำหรับครูเป็นการให้ทุนแก่ความก้าวหน้าของสังคมโดยรวม และรับประกันอนาคตที่ดีกว่าที่ขับเคลื่อนโดยการวิจัยและการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานด้านการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคมสำหรับครูวิทยาศาสตร์ 2) พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม 3) ศึกษาผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรม และ 4) ประเมินผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรม
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ จำนวน 25 คน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่สอนโดยครูที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น จำนวน 400 คน ดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 2) พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม และประเมินความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญ 3) การทดลองใช้หลักสูตรกับกลุ่มเป้าหมาย 4) ประเมินผลการใช้หลักสูตร โดยใช้แบบประเมินความคิดเห็น และแบบวัดจิตวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที (t-test)
ผลการวิจัย: (1) ข้อมูลพื้นฐานด้านการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคม ของครูวิทยาศาสตร์โดยรวมอยู่ในระดับมาก (2) หลักสูตรฝึกอบรม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (3) ผลการใช้หลักสูตรฝึกอบรม 3.1) ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคมหลังอบรมสูงกว่าก่อนอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3.2) ครูมีทักษะการออกแบบการจัดการเรียนรู้ โดยรวมอยู่ในระดับมาก 3.3) ความคิดเห็นของครูที่มีต่อคุณภาพของหลักสูตรโดยรวมอยู่ในระดับมาก 3.4) จิตวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่สอนโดยครูที่ผ่านการอบรม โดยรวมอยู่ในระดับมาก คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 91.13 และ (4) ผลการประเมินหลักสูตรความเป็นไปได้และเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด ตามลำดับ
สรุปผล: ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าหลักสูตรการฝึกอบรมครูวิทยาศาสตร์ที่บูรณาการแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพมากในการปรับปรุงความรู้ ทักษะ และผลลัพธ์ของครู โดยรวมแล้ว ผลการประเมินแสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่โดดเด่นของหลักสูตรการฝึกอบรมและผลกระทบต่อครูและนักเรียน ซึ่งยืนยันถึงความสำคัญในการต่อยอดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์
References
กระทรวงศึกษาธิการ . (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
ชลิดา อาบสุวรรณ์และวาสนา กีรติจำเริญ. (2560). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวทฤษฎีการสร้างความรู้เพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้โมเมนตัมและการชน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารวิจัยเชียงใหม่. 6(2), 25-26.
นิภาพร ช่วยธานี. (2564). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้สำหรับอาจารย์ผู้สอนในระดับอุดมศึกษา. รายงานผลการวิจัย: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย.
พงษ์เอก สุขใส. (2561). ครูพลในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทิร์น, 12, 8-21.
พันธศักดิ์ พลสารัมย์. (2563). การพัฒนากระบวนการเรียนรูในระดับปริญญาตรี. กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์.
วัชรภัทร เดชะวัฒนศิริดำรง. (2565).การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการสอนการออกแบบนวัตกรรมสำหรับครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาภาคตะวันออก. วารสารครุพิบูล. 9 (2), 197-212.
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2538). กระบวนทัศน์ใหม่ในนวัตกรรมหลักสูตร. วารสารการวิจัยทางการศึกษา. 25, 33-37.
วิไลวรรณ สิทธิ. (2560). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ สำหรับครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต : มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ศลิษา ณรงค์เลิศฤทธิ์. (2564). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมความสามารถในการจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครูเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนระดับประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต : มหาวิทยาลัยบูรพา.
สงัด อุทรานันท์. (2537). พื้นฐานและหลักการพัฒนาหลักสูตร. กรุงเทพฯ: วงเดือนการพิมพ์.
Bryant, F.B. (1995). Principal components analysis and exploratory and confirmatory factor analysis. In L. G. Grimm & P. R. Yarnold (Eds.), Reading and Understanding Multivariate Statistics. Washington, DC: American Psychological Association.
Saylor, J.G., & Alexander, W.M. (1974). Planning Curriculum for School. New York: Holt, Rinehart, and Winston.
Taba, H. (1992). Curriculum development: Theory and practice. New York: Harcourt Brace.
Tyler, R.W. (1971). Basic principles of curriculum and instruction. Chicago: The University of Chicago Press.
Wilson, J., & Livingston, S. (1996). Process skills enhancement in the STS classroom. In R. E. Yager (Ed.), Science/Technology/Society as Reform in Science Education (pp. 59-69). NY: State University of New York.
Yager, R.E. (1991). The constructivist learning model: Towards real reform in science education. Science Teacher, 58 (6), 52-57
Downloads
เผยแพร่แล้ว
How to Cite
ฉบับ
บท
License
Copyright (c) 2024 Interdisciplinary Academic and Research Journal

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ