การบริหารกิจกรรมลูกเสือจิตอาสาของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1

Main Article Content

พิมพ์ชนก ประกอบดี
สำเริง อ่อนสัมพันธุ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการบริหารและเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารกิจกรรมลูกเสือจิตอาสาของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1 กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหาร ข้าราชการครูและอัตราจ้างที่สอนลูกเสือ จำนวน 302 คน โดยวิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับที่มีค่าความตรง IOC คือ 0.67-1.00 และค่าความเที่ยง 0.97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test, One-way ANOVA, LSD และการวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการวิจัย พบว่า 1) การบริหารกิจกรรมลูกเสือจิตอาสาของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1 ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 2 ด้าน คือ ด้านการวางแผน ด้านการปฏิบัติงาน อยู่ในระดับมาก 2 ด้าน คือ ด้านการตรวจสอบ ด้านการปรับปรุงการดำเนินงานให้เหมาะสม เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย 2) ผลเปรียบเทียบ พบว่า ผู้บริหาร ข้าราชการครูและอัตราจ้างที่มีเพศ อายุ ประสบการณ์การทำงาน วุฒิทางลูกเสือต่างกัน มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารกิจกรรมลูกเสือจิตอาสาไม่แตกต่างกัน ยกเว้น ตำแหน่ง แตกต่างอย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ .05 3) แนวทางการพัฒนาการบริหารกิจกรรมลูกเสือจิตอาสาของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1 ด้านการวางแผน ควรมีการวางแผนร่วมกันก่อนการจัดกิจกรรมลูกเสือจิตอาสา ด้านการปฏิบัติงาน ควรมีการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บังคับบัญชาลูกเสือจิตอาสา เน้นการทำงานเป็นทีม โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านการตรวจสอบ ควรมีการตรวจสอบและประเมินผลกิจกรรมลูกเสือจิตอาสาอย่างสม่ำเสมอ ด้านการดำเนินงานปรับปรุงให้เหมาะสม ควรมีการปรับปรุงการดำเนินการลูกเสือจิตอาสาตามข้อเสนอแนะ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ประกอบดี พ., & อ่อนสัมพันธุ์ ส. (2021). การบริหารกิจกรรมลูกเสือจิตอาสาของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 7(Special), 98–112. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rpu/article/view/257375
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). แนวการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์กรรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

คณีสิทธิ์ เซี่ยงฉิน, (2559). การบริหารกิจการลูกเสือ-เนตรนารีของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา อำเภอเมืองนนทบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3. ศิลปศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์.

ชนก เชียงมูล. (2559). แนวทางพัฒนาการบริหารกิจกรรมลูกเสือของโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

ซิบ้า คอลเลจ. (2560). “ลูกเสือจิตอาสา” บำเพ็ญประโยชน์ในโครงการ “จิตอาสา ลูกเสือทำความดีด้วยหัวใจ” ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร. ค้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2562, จากhttps://siba.ac.th/content/11223/

ลัดดาวัลย์ เพชรโรจน์ และ คณะ. (2555). สถิติสำหรับการวิจัยและเทคนิคการใช้ SPSS. กรุงเทพฯ: เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.

วิจารณ์ พานิช และคณะ. (2545). การจัดการความรู้กับการบริหารราชการไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1. (2563). แผนและงบประมาณปีการศึกษา 2563. นนทบุรี.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2552). แนวการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์กรรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

สำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ. (2551). พระราชบัญญัติ ลูกเสือ พ.ศ.2551. กรุงเทพมหานคร.

Francis. (2002). General and Industrial Management. (trans. C Storrs). London: Pitman.

Laursen. (2006). Industrial Management. Contexts. The Interdisciplinary Journal of Problem-based Learning, 6(2): 85-126.