ปัจจัยที่มีผลต่อความมีชื่อเสียงของธุรกิจเอกชนในประเทศไทย

Main Article Content

รุ่งนภา พิตรปรีชา

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่มีผลต่อความมีชื่อเสียงของธุรกิจเอกชนในประเทศไทย” เป็นการศึกษาปัจจัยที่ใช้ในการวัดชื่อเสียงองค์กร และเปรียบเทียบตัวชี้วัดชื่อเสียงองค์กรของกลุ่มธุรกิจเอกชนขนาดต่างๆ ในประเทศไทย โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริหารธุรกิจ 12 ราย ซึ่งมีตำแหน่งในองค์กรเป็นผู้บริหาร หุ้นส่วนในกิจการ หรือที่ปรึกษากิจการ หรือคณะกรรมการของบริษัทจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ขนาดธุรกิจละ 4 ราย


ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มธุรกิจทั้ง 3 ขนาดมีความคิดเห็นว่า ปัจจัยที่เป็นตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงของธุรกิจเอกชนในประเทศไทย คือ ปัจจัยด้านสินค้าและบริการ ได้แก่ การส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล ปัจจัยด้านผลประกอบการ คือ องค์กรมีผลประกอบการดี ปัจจัยด้านการกำกับดูแล ได้แก่ เป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล และปัจจัยด้านความเป็นพลเมืองดี คือการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ส่วนปัจจัยความสำเร็จและความมีชื่อเสียงขององค์กร พบว่า ในภาพรวม องค์กรในธุรกิจทั้ง 3 ขนาด ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสินค้าและบริการ มากที่สุด รองลงมา คือ ปัจจัยด้านผลประกอบการ และให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสถานที่ทำงาน ด้านการกำกับดูแล และด้านความเป็นพลเมืองดีร่วมด้วย และปัจจัยที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลแตกต่างกันไปตามกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียและตามประเภทธุรกิจ คือ ปัจจัยด้านการกำกับดูแล ปัจจัยด้านสถานที่ทำงาน และปัจจัยด้านนวัตกรรม โดยมีเพียงบางประเภทธุรกิจเท่านั้นที่มีความคิดเห็นว่าเป็นตัวชี้วัดที่น่าจะคำนึงถึงด้วย


นอกจากนี้ ในการประเมินปัจจัยที่เป็นตัวชี้วัดความมีชื่อเสียงองค์กร พบว่า นอกเหนือจากปัจจัยด้านสินค้าและบริการแล้ว ปัจจัยด้านการกำกับดูแลมีความสำคัญมากที่สุดด้วย และกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กเกือบทุกองค์กรมีการประเมินว่า ปัจจัยด้านนวัตกรรมมีความสำคัญมากที่สุดด้วย ในขณะที่กลุ่มธุรกิจขนาดกลางมีการประเมินปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่สุดแตกต่างกันไปในแต่ละองค์กร

Article Details

ประเภทบทความ
Articles