วารสารการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad <p><span style="font-weight: 400;">วารสารการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา เป็นวารสารวิชาการราย 6 เดือนของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีวัตถุประสงค์ในการเผยแพร่องค์ความรู้ทางการสื่อสารการตลาด การสื่อสารองค์กร การะประชาสัมพันธ์และการโฆษณา จากคณาจารย์ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในสาขา และเป็นแหล่งอ้างอิงให้แก่ นิสิต นักศึกษา นักวิชาการ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนางานทางด้านสื่อสารให้กับองค์กรและสังคม โดยมีกำหนดออกวารสารปีละ 2 ฉบับ ในช่วงเวลาดังนี้ ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-มิถุนายน ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม</span></p> <p><span style="font-weight: 400;">ISSN : 3027-7051 (online)</span></p> en-US Tue, 30 Dec 2025 17:56:38 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 แบบจำลองการส่งผ่านของการรับรู้การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสาน ความตระหนักรู้ และความตั้งใจในการบริจาค https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad/article/view/291836 <p>การวิจัยเชิงสำรวจเบื้องต้นครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสาน (IMC Perception) กับความตระหนักรู้ในการบริจาค (Donation Awareness) และความตั้งใจในการบริจาค (Donation Intention) ของผู้บริโภคในองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ดำเนินงานด้านสุขภาพของประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างเป็นประชากรชาวไทยจำนวน 172 คน ซึ่งได้รับการสื่อสารจากองค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสุขภาพในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า 1) การรับรู้การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสานมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความตระหนักรู้ในการบริจาค (r = .47, p &lt; .01) 2) ความตระหนักรู้ในการบริจาคมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความตั้งใจในการบริจาค (r = .51, p &lt; .01) 3) การรับรู้การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสานมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความตั้งใจในการบริจาค (r = .41, p &lt; .01) 4) การวิเคราะห์แบบจำลองส่งผ่าน (Mediation) แสดงให้เห็นว่า การรับรู้การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสานมีอิทธิพลโดยตรงต่อความตั้งใจในการบริจาค (β = .220, p &lt; .01) และมีอิทธิพลทางอ้อมผ่านความตระหนักรู้ในการบริจาค (β = .197, p &lt; .001) แบบจำลองดังกล่าวจึงสะท้อนให้เห็นว่า กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบผสมผสานสามารถสร้างทั้งความตระหนักรู้และความตั้งใจในการบริจาคทั้งทางตรงและทางอ้อม</p> วันทนีย์ เจียรสุนันท์, สราวุธ อนันตชาติ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad/article/view/291836 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาการสื่อสารแอนิเมชันภาษามือสากลเสมือนจริง สำหรับสมาคมคนหูหนวก แห่งประเทศไทย https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad/article/view/273384 <p>งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบคาแรคเตอร์ 3 มิติเสมือนจริง โดยการค้นหาอัตลักษณ์จากองค์กรสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างแอนิเมชันภาษามือสากลเสมือนจริงโดยใช้เทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion Capture) เพื่อบันทึกการเคลื่อนไหวภาษามือสากลของผู้บกพร่องทางการได้ยิน ทำการแก้ไขปรับปรุงและเพิ่มเติมอารมณ์สีหน้าของคาแรกตอร์เนื่องจากการแสดงออกของกล้ามเนื้อใบหน้าถือเป็นส่วนหนึ่งในการสื่อภาษามือที่ชัดเจน ทำการตรวจสอบความถูกต้องทางการสื่อสารภาษามือสากลโดยผู้เชี่ยวชาญภาษามือสากล เพื่อใช้เผยแพร่ในพิธีเปิดกล่าวต้อนรับเปิดงานการประชุมนานาชาติสหพันธ์คนหูหนวกโลก ครั้งที่ 4 ปี 2020 ผลการประเมินงานแอนิเมชันภาษามือสากลเพื่อเผยแพร่ในการประชุมนานาชาติสหพันธ์คนหูหนวกโลก ครั้งที่ 4 ปี 2020 ได้รับการประเมินความพึงพอใจจากผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด 30 ท่าน โดยรายงานผลเป็นค่าเฉลี่ย (Mean Score) ซึ่งใช้มาตรวัด 5 ระดับ ดังนี้: ด้านใบหน้าตัวละครสวยงามเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจสูงถึง (x ̅ = 4.83) เช่นเดียวกับ ด้านการออกแบบชุดแต่งกายของตัวละครที่เหมาะสมต่อการสื่อสารภาษามือ <br />(x ̅ = 4.83) ซึ่งทั้งสองด้านสะท้อนถึงความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ด้านขนาดของใบหน้าและขนาดฝ่ามือที่เหมาะสมต่อการสื่อสารภาษามือ ได้รับค่าเฉลี่ย (x ̅ = 4.70) ด้านการสื่อสารภาษามือความเป็นธรรมชาติ (x ̅ = 4.50) และ ด้านใบหน้าตัวละครแสดงสีหน้าในการสื่อสารชัดเจน (x ̅ = 4.50) ส่วนด้านความชัดเจนและความถูกต้องของการสื่อสารภาษามือสากล มีค่าเฉลี่ย (x ̅ = 4.17) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพึงพอใจในระดับมาก</p> ศิโยน สุวรรณสะอาด ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad/article/view/273384 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 The Influence of Psychological Factors on Customer Motivation to Adopt Mobile Live-Streaming in Marketing Operations https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad/article/view/276138 <p>he present study meticulously examines the profound impact of psychological factors—specifically the Big Five personality traits—on online customers' motivation to adopt mobile live-streaming marketing platforms. Drawing upon the established Technology Acceptance Model (TAM) and the critical dimension of Trust Theory, a robust theoretical framework was developed to investigate how Extraversion, Agreeableness, Openness, Conscientiousness, and Neuroticism differentially influence customers' perceived needs, including Perceived Usefulness (PU), Perceived Ease of Use (PEOU), Trust (TR), and the ultimate motivation to adopt. Hypotheses were rigorously tested using SmartPLS software on a sample of highly engaged digital natives. The empirical evidence illuminates a compelling nexus: the exploratory disposition inherent in Openness and the methodical rigor of Conscientiousness are the primary psychological antecedents shaping Perceived Usefulness. Concurrently, the social vitality of Extraversion, the harmonious inclination of Agreeableness, and the receptive nature of Openness serve as the foundational pillars for the cultivation of Trust in this synchronous social commerce environment. Crucially, the findings reveal that while most variables exert significant direct effects, Perceived Ease of Use (PEOU) is rendered non-significant, a finding attributed to the sample's high digital proficiency, which necessitates a theoretical refinement of TAM in the context of advanced mobile interfaces. This study offers a nuanced, ranked model of psychological influence, significantly enhancing the theoretical understanding of synchronous social commerce adoption. Finally, practical strategies are discussed to enhance the operational performance of mobile live marketing platforms and facilitate greater customer acceptance of mobile technology.</p> Liu Liang, Peng Wei ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad/article/view/276138 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมตนเองเข้าสู่วัยเกษียณ ของกลุ่มวัยกลางคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad/article/view/288635 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ทั้งสิ้น 3 ข้อ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ 2) เพื่อศึกษาประเภทของการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับวิธีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน และ 3) เพื่อศึกษาการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนที่มีความสัมพันธ์กับวิธีการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลของกลุ่มวัยกลางคน ได้แก่ เพศ สถานภาพสมรส อายุ ระดับการศึกษา ระดับรายได้ อาชีพ ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน เพื่อนหรือเพื่อนร่วมงาน โปสเตอร์ ภาระหนี้สิน การมีทรัพย์สิน การอยู่อาศัยร่วมบ้าน/ที่พักอาศัยปัจจุบัน มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ ประเภทของการเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับระดับการรับรู้ข้อมูลการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน ทั้งนี้ เมื่อผู้รับสารมีการเปิดรับสื่อรณรงค์ที่หลากหลายประเภทย่อมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้ การเปิดรับสื่อรณรงค์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ โดยแบ่งการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ความพร้อมทางด้านสุขภาพ ความพร้อมทางด้านสังคม ความพร้อมทางด้านเศรษฐกิจ ด้านที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อม และความพร้อมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งการเปิดรับสื่อเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคนมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณในทุกด้าน ดังนั้นในการรณรงค์เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมตนเองเข้าสู่วัยเกษียณของกลุ่มวัยกลางคน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้รณรงค์จะต้องเพิ่มความถี่ในการสื่อสารให้มากขึ้น ในสื่อทุกประเภททั้งออฟไลน์ และออนไลน์ โดยนำเสนอเนื้อหาที่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ ด้านเศรษฐกิจ ด้านที่พักอาศัยและสภาพแวดล้อม และด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลุ่มวัยกลางคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมตนเองในทุกด้านต่อไป</p> อภิญญ์พัทร์ กุสิยารังสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad/article/view/288635 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การศึกษาการเปิดรับและความพึงพอใจของบุคลากรต่อช่องทาง การสื่อสารภายในองค์การของสถาบันอุดมศึกษา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad/article/view/273160 <p>การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการเปิดรับและความพึงพอใจของบุคลากรต่อช่องทางการสื่อสารภายในองค์การของสถาบันอุดมศึกษา กลุ่มประชากร คือ กลุ่มบุคลากรคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 1,478 คน โดยการสุ่มตัวอย่างตามสะดวก ได้รับแบบสอบถามคืนมา จำนวน 435 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) และคำถามแบบปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ (Percentage) และค่าเฉลี่ย (Mean) ผลการวิจัย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 435 คน เป็นเพศหญิง จำนวน 306 คน ร้อยละ 70.3 สถานะผู้ประเมิน บุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 330 คน ร้อยละ 75.9 ช่องทางสื่อสารที่ได้รับการสื่อสารภายในมากที่สุด คือ Line (Dent MU) ระดับความพอใจที่มีต่อช่องทางการสื่อสารประเภทต่าง ๆ พบว่า มีความพอใจสื่อโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ในลิฟต์ มากที่สุด และความพึงพอใจของบุคลากรต่อการสื่อสาร พบว่า มีเนื้อหาถูกต้อง มากที่สุด ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ช่องทางการสื่อสารของบุคลากรภายในสถาบันการศึกษา คือสื่อดิจิทัล ของแอปพลิเคชัน Line โดยการสื่อสารทาง Line จะทำให้บุคลากรได้รับการสื่อสารภายในองค์การได้มากที่สุด เพราะเป็นช่องทางที่บุคลากรใช้เป็นประจำอยู่แล้ว พร้อมทั้งมีความพอใจของการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ โปสเตอร์ภายในลิฟต์ ในการสื่อสารภายในองค์การด้วย ซึ่งสะท้อนว่า สื่อสิ่งพิมพ์ก็ยังสร้างความน่าสนใจและสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จำนวนมากในสถานที่สาธารณะ และเพื่อให้การสื่อสารทาง Line มีประสิทธิภาพมากที่สุด จึงควรปรับปรุงรายชื่อสมาชิกใน Line แต่ละกลุ่มให้เป็นปัจจุบันและมีสมาชิกครบถ้วนมากที่สุด พร้อมทั้งการปรับปรุงสื่อโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ในลิฟต์ ให้เป็นรูปแบบหน้าจอโทรทัศน์ดิจิทัลภายในลิฟต์ เพื่อให้มีสามารถปรับปรุงและอัปเดตข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และควรเน้นการสื่อสารให้มีเนื้อหาถูกต้องมากที่สุด เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือในการสื่อสารภายในองค์การ</p> ศิญาภัสร์ ปิยะศักดิ์พิชญา , สุกัลญา โฉมไธสง, สุวิมล นาสิงคาร , บุณยาพร สมใจเพ็ง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการประชาสัมพันธ์และการโฆษณา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jprad/article/view/273160 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700