การจัดการความรู้เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตบ้านหนองหล่ม อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

ผู้แต่ง

  • พระมหาเอนก กองเขียว บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประเทศไทย
  • สุทิวัส สอนศรี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประเทศไทย
  • สุรชาติ พุทธิมา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประเทศไทย
  • สุทธินันท์ ชื่นชม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ประเทศไทย

DOI:

https://doi.org/10.14456/jiskku.2025.23

คำสำคัญ:

การจัดการความรู้, ชุมชนแห่งการเรียนรู้, การเรียนรู้ตลอดชีวิต, บ้านหนองหล่ม

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมชุมชนบ้านหนองหล่ม อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และเพื่อออกแบบระบบการจัดการความรู้เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต

วิธีการศึกษา: งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลหลักที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ประชาชนที่มีภูมิลำเนาในชุมชนบ้านหนองหล่ม ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูนที่เข้าร่วมการสัมภาษณ์เชิงลึกและกิจกรรมสนทนากลุ่ม ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 30 คน ประกอบด้วย พระ 5 รูป ผู้สูงอายุ 15 คน เยาวชน 10 คน โดยมีการตรวจสอบแบบสามเส้าด้านแหล่งข้อมูลหลัก ประกอบด้วย พระ ผู้สูงอายุ และเยาวชนเพื่อเป็นการยืนยันความถูกต้องตรงกันของข้อมูล

ข้อค้นพบ: ชุมชนบ้านหนองหล่มมีการสั่งสมองค์ความรู้มาอย่างยาวนานในหลายด้าน ได้แก่ 1) ภูมิปัญญาด้านนิเวศเกษตรและทรัพยากรท้องถิ่น 2) ภูมิปัญญาการจัดการชุมชนและทุนทางสังคม 3) มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม 4) ทักษะอาชีพและการปรับตัวทางเศรษฐกิจ ระบบการจัดการความรู้เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตชุมชนบ้านหนองหล่มมีองค์ประกอบหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การบ่งชี้ความรู้จากแหล่งความรู้ที่หลากหลายโดยใช้หลายวิธีการร่วมกันและใช้เทคโนโลยีในการบันทึกความรู้นั้น กระบวนการการจัดการความรู้ที่เป็นระบบโดยการประมวล กลั่นกรองความรู้ และจัดความรู้ให้อยู่ในรูปแบบฐานข้อมูลหรือคลังความรู้หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้และนำไปประยุกต์ใช้อย่างสะดวก การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ที่มีประสิทธิภาพด้วยการสร้างวัฒนธรรมการแบ่งปันผ่านสื่อออนไลน์และกระดานสนทนา และการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อให้สามารถดำรงชีวิต การพัฒนาตนเองที่สามารถเชื่อมโยงเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพได้

การประยุกต์ใช้จากการศึกษานี้: ระบบการจัดการความรู้เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตชุมชนบ้านหนองหล่มเป็นแนวทางในการจัดการความรู้ชุมชนซึ่งผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น วัด โรงเรียน องค์กรบริหารส่วนตำบล วัฒนธรรมจังหวัดทำให้เกิดความตระหนักในความสำคัญขององค์ความรู้ของชุมชนและยังสามารถนำไปดำเนินการให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้

วิธีการศึกษา: งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ประชาชนที่มีภูมิลำเนาในชุมชนบ้านหนองหล่ม ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูนที่เข้าร่วมการสัมภาษณ์เชิงลึกและกิจกรรมสนทนากลุ่ม (Focus Group) ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเฉพาะเจาจง (Purposive Sampling) จำนวน 30 คน ประกอบด้วย พระ 5 รูป ผู้สูงอายุ 15 คน เยาวชน 10 คน โดยมีการตรวจสอบแบบสามเส้าด้านแหล่งข้อมูล เพื่อเป็นการยืนยันข้อมูล

ข้อค้นพบ: ชุมชนบ้านหนองหล่มมีการสั่งสมองค์ความรู้มาอย่างยาวนานในหลายด้าน ได้แก่ 1) ภูมิปัญญาด้านนิเวศเกษตรและทรัพยากรท้องถิ่น 2) ภูมิปัญญาการจัดการชุมชนและทุนทางสังคม 3) มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม 4) ทักษะอาชีพและการปรับตัวทางเศรษฐกิจ ระบบการจัดการความรู้เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตชุมชนบ้านหนองหล่มมีองค์ประกอบหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การบ่งชี้ความรู้จากแหล่งความรู้ที่หลากหลายโดยใช้หลายวิธีการร่วมกันและใช้เทคโนโลยีในการบันทึกความรู้นั้น กระบวนการการจัดการความรู้ที่เป็นระบบโดยการประมวล กลั่นกรองความรู้ และจัดความรู้ให้อยู่ในรูปแบบฐานข้อมูลหรือคลังความรู้หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้และนำไปประยุกต์ใช้อย่างสะดวก การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ที่มีประสิทธิภาพด้วยการสร้างวัฒนธรรมการแบ่งปันผ่านสื่อออนไลน์และกระดานสนทนา และการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยการนำความรู้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อให้สามารถดำรงชีวิต การพัฒนาตนเองที่สามารถเชื่อมโยงเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพได้

การประยุกต์ใช้จากการศึกษานี้: ระบบการจัดการความรู้เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตชุมชนบ้านหนองหล่มเป็นแนวทางในการจัดการความรู้ชุมชนซึ่งผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น วัด โรงเรียน องค์กรบริหารส่วนตำบล วัฒนธรรมจังหวัดทำให้เกิดความตระหนักในความสำคัญขององค์ความรู้ของชุมชนและยังสามารถนำไปดำเนินการให้เกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Butsarakul, T. (2023). Community lifelong learning management to create a learning community. Journal of Management and Local Innovation, 5(7). https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jmli/article/down load/263968/178657/1046289

Charungkiatikul, S. (2018). Guidelines for lifelong education management to mobilize learning community in the social–cultural context of Thailand. Journal of Education Studies, 46(2), 178–193. https://doi.org/10.58837/CHULA.EDUCU.46.2.12

Chitwattanakorn, T., Chavasirikultol, N., Kerdngern, N., & Joungtrakul, J. (2024). Investigator triangulation: A strategy for enhancing trustworthiness in qualitative research. Research Community and Social Development Journal, 18(3), 521–532. https://doi.org/10.14456/nrru-rdi.2024.30

Dalkir, K. (2005). Knowledge management in theory and practice. Elsevier Butterworth–Heinemann. https://dianabarbosa.wordpress.com/wp-content/uploads/2009/03/knowledge-management-kimiz-dalkir.pdf

European Commission. (2025). Lifelong learning. https://eurydice.eacea.ec.europa.eu/eurypedia/luxembourg/lifelong-learning-strategy

Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company. Oxford University Press. https://books. google.co.th/books?id=B-qxrPaU1-MC

OECD. (1996). Lifelong learning for all. Organisation for Economic Co-operation and Development. https://one.oecd.org/document/DEELSA/ED/CERI/CD(2000)12/PART1/REV2/En/pdf

Organisation for Economic Co-operation and Development. (2016). Innovating education and educating for innovation: The power of digital technologies and skills. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/9789264265097-en

Panich, W. (2005). Kan chatkan khwam ru chabap nak patibat [Knowledge management: Practitioner’s edition] [In Thai]. Sukkhaphap Chai.

Parinyasutinun, U. (2016). Knowledge management: Concepts and theories to practice of community. Modern Management Frontier Journal, 14(2), 1–12. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/stou-sms-pr/article/download/207153/143959/

Siemens, G. (2007). Connectivism: Creating a learning ecology in distributed environments. In T. Hug (Ed.), Didactics of microlearning: Concepts, discourses, and examples (pp. 53–68). Waxmann. https://www.urbansystemichealthpartnership.org/s/connectivism.pdf

UNESCO. (2005). Perspectives on distance education: Lifelong learning and distance higher education. UNESCO Publishing. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000141218

Ungsitipoonporn, S., & Laparporn, K. (2016). Knowledge management (KM): Transmitting local wisdom of the Hakka community online—Successes and challenges. Journal of Language and Culture, 35(Special Issue), 203–224. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JLC/article/view/240413

Wenger, E. (1998). Communities of practice: Learning, meaning, and identity. Cambridge University Press. https://books.google.co.th/books?id=heBZpgYUKdAC

Wipawin, N. (2004). Knowledge management and knowledge center. SR Printing Mass Products.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-24

รูปแบบการอ้างอิง

กองเขียว พ., สอนศรี ส., พุทธิมา ส., & ชื่นชม ส. (2025). การจัดการความรู้เพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตบ้านหนองหล่ม อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน. Journal of Information Science Research and Practice, 43(4), 40–54. https://doi.org/10.14456/jiskku.2025.23

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Article