การศึกษาสภาพปัจจุบัน และปัญหาในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในจังหวัดพิจิตร
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาด้านทักษะพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในจังหวัดพิจิตร เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถาม และแนวคำถามในการสัมภาษณ์ ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดพิจิตร จำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนตะพานหิน โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม และโรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม มีขั้นตอนการดำเนินการวิจัย 2 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ โดยมีกลุ่มตัวอย่างให้ข้อมูลจำนวน 291 คน ได้มาจากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของ Krejcie and Morgan (1970) เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม 2) การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยมีกลุ่มตัวอย่างให้ข้อมูลการสัมภาษณ์จำนวน 6 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหาจากการสัมภาษณ์ ผลการวิจัย ได้แก่ ผลการศึกษาขั้นตอนที่ 1 พบว่าสภาพปัจจุบันและปัญหาด้านทักษะพลเมืองดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในจังหวัดพิจิตร ของโรงเรียนทั้ง 3 โรงเรียนในจังหวัดพิจิตร มีการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับปานกลาง และผลการศึกษาขั้นตอนที่ 2 พบว่า ปัจจุบันผู้เรียนใช้สื่อโซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน สามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนได้ แต่ผู้เรียนยังขาดทักษะวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร ปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ ทักษะการแยกแยะบุคคลที่มีเจตนาหลอกลวงหรือหวังผลประโยชน์ รวมถึงขาดการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นในโลกออนไลน์ และขาดทักษะการแสดงความคิดเห็นบนสื่อโซเชียลอย่างไม่เหมาะสม ขาดการยับยั้งชั่งใจ และการคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้อื่น
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2560). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2560. สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน).
กาญจนา วัฒายุ. (2550). การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
คณัญญา อิ่มใจ. (2565). พฤติกรรมการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ของกลุ่มเจเนอเรชั่นแซด [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
นิกร โภคอุดม. (2565). การรับรู้ข่าวสารในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย, 12(1), 68.
ศุกรีย์ ศรีสารคาม. (2557). ปัจจัยที่มีผลต่อคุณธรรมจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต [วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
สุภิญญา กลางณรงค์ และณภัทร เรืองนภากุล. (2564, 18 เมษายน). ความเป็นพลเมืองยุคดิจิทัลกับการรับมือด้านมืดออนไลน์ในวิถีปรกติใหม่. Cofact. https://blog.cofact.org/digitalcitizen/
สุรพงษ์ อนันต์ธนสาร. (2566). การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วารสารวิชาการการจัดการภาครัฐและเอกชน, 5(3), 274.
อรรถพล หล่อพันธุ์. (2565). การสร้างแบบวัดความเป็นพลเมืองดิจิทัล ด้านมารยาททางดิจิทัลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological testing (3rd ed.). Harper & Row.
DeVellis, R. F. (1991). Scale development: Theory and applications. Sage Publications.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
Ribble, M. (2011). Raising a digital child: A digital citizenship handbook for parents. International Society for Technology in Education.