การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมอาชีพลดความเหลื่อมล้ำ กลุ่ม ร่วมใจอาสาพัฒนาหมู่บ้านเนินกระบก อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) ศึกษาความต้องการและแนวทางส่งเสริมอาชีพเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ในกลุ่มร่วมใจอาสาพัฒนาหมู่บ้านเนินกระบก อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา (2) พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้สอดคล้องกับศักยภาพและทักษะของชุมชน (3) ถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะการผลิตผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อสร้างความยั่งยืน เป็นการวิจัยผสมผสานทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย มี 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มร่วมใจอาสาพัฒนาหมู่บ้านเนินกระบก อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 20 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง 2) กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จำนวน 400 คน เลือกโดยการสุ่มตัวอย่างตามสะดวก หรือสมัครใจ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 ด้าน ด้านหน้าที่ใช้สอย ด้านความสวยงาม ด้านวัสดุ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t – test และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) ผลการวิจัย ตามวัตถุประสงค์ 1) พบว่าสมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ทางกลุ่มมีความพร้อม และต้องการพัฒนาทักษะการผลิผลิตภัณฑ์ ทางกลุ่มเลือกใช้ผ้าสีด่อน และผ้าขาวม้า เป็นวัสดุหลักในการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการผลิต คือ เสื้อสตรี เสื้อบุรุษ กระเป๋า 2) ได้ต้นแบบผลิตภัณฑ์จำนวน 3 กลุ่ม 9 แบบ คือ ต้นแบบเสื้อสตรี 3 แบบ ต้นแบบเสื้อบุรุษ 3 แบบ และต้นแบบกระเป๋า 3 แบบ ศึกษาความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีต่อต้นแบบผลิตภัณฑ์ 9 แบบ ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านหน้าที่ใช้สอย ด้านความสวยงาม ด้านวัสดุ พบว่าทุกแบบได้รับความพึงพอใจระดับมาก และมากที่สุด
ผลการทดสอบก่อนเข้าอบรมและหลังอบรม พบว่ามีคะแนนเฉลี่ยก่อนอบรมเท่ากับ 5.20 คะแนน และเฉลี่ยหลังอบรมเท่ากับ 11.25 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังอบรม พบว่า คะแนนสอบหลังอบรมสูงกว่าก่อนอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลประเมินความพึงพอใจหลังการ อบรม ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านวิทยากร ด้านสถานที่ / ระยะเวลา / อาหาร ด้านความรู้ความเข้าใจ และด้านการนำความรู้ไปใช้ โดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย (x̅= 4.60, S.D. =0.36) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านที่ได้รับความพึงพอใจมากที่สุด คือ ด้านการนำความรู้ไปใช้ ได้รับรับความพึงพอใจระดับมากมีค่าเฉลี่ย (x̅= 4.90, S.D. =0.19)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ฐานิตา ลิ่มวงศ์พีรพนธ์ทิพย์, โอสถ ณัฐภพ, บัวหลวง และ สุภาภรณ์ ชูช่วย. (2557). ผลสัมฤทธิ์ การจัดการเรียนรู้ความ
ปลอดภัยทางชีวภาพและทางเคมีในห้องปฏิบัติการของ นักศึกษาระดับ บัณฑิตศึกษาคณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล. วารสาร สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์. 9,1. 286-297.
ธิดารัตน์ สมานพันธ์ และคณะ. (2564). การประเมินโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนการฝึก
ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี. 13, 2 (มกราคม – ธันวาคม), 545-558.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
พระณัฐวุฒิ พันทะลี และคณะ. (2565). ความเหลื่อมล้ำทางสังคมไทยในยุคชีวิตวิถีใหม่. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
มหามกุฏราชวิทยาลัย. 5, 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม), 186-210.
มรกต กำแพงเพชร และคณะ. (2562) . การสร้างอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนเพชรสมุทรคีรี
โครงการเศรษฐกิจชุมชนครบวงจรบ้านเพชรเพลินดิน. วารสารบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏไลยอลงกรณ์ ในพระ
บรมราชูปถัมภ์. 13, 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม), 136-153.
เมธาวี จําเนียร. (2564). อัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่การสร้างและสื่อสารแบรนด์ กรณีศึกษาการแสดงรําโทนนกพิทิด. วารสาร
ราชพฤกษ์. 19, 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม), 1-12.
ศุภเจตน์ จันทร์สาส์น. (2552). ความยากจนและความเหลื่อมล้ำของรายได้ในประเทศไทย. วารสาร ประชากรศาสตร์. 25(2), 71-89.
อรวรรณ ชัยวงษ์วิบูลย์. (2560). แนวทางการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋าเครื่องเขียน TINTINTOYS. (ปริญญา
การจัดการมหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร : วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล.
อัญชลี โสมดี และคณะ. (2550). วิเคราะห์การออกแบบผลิตภัณฑ์ และศักยภาพธุรกิจชุมชน ตามโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่ง
ผลิตภัณฑ์ กรณีศึกษาผลิตภัณฑ์เดินเส้นลวดลาย อำเภอหางดงจังหวัดเชียงใหม่. (วิจัยฉบับสมบูรณ์). เชียงใหม่ :
มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่.