การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบแบ่งกลุ่มผลสัมฤทธิ์ร่วมกับการเรียนรู้ แบบสถานการณ์จำลอง เสริมด้วยกระบวนการการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องเงิน และบันทึกรายรับรายจ่าย ต่อความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบแบ่งกลุ่มผลสัมฤทธิ์ และการเรียนรู้แบบสถานการณ์จำลองเสริมด้วยกระบวนการการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่อง เงิน และบันทึกรายรับรายจ่าย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2) ศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และ 3) ศึกษาและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนกลุ่มเป้าหมายของการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแสง อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่องเงิน และบันทึกรายรับรายจ่าย จำนวน 12 แผน แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูสังเกตโดยครูผู้ช่วยวิจัย แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนสังเกตโดยครูผู้ช่วยวิจัย แบบสัมภาษณ์ผู้เรียนในท้ายวงจรปฏิบัติการโดยผู้ช่วยวิจัยและผู้วิจัย และแบบทดสอบท้ายวงจรปฏิบัติการ แบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เมื่อดำเนินการครบทุกวงจรปฏิบัติการ ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบแบ่งกลุ่มผลสัมฤทธิ์ร่วมกับการเรียนรู้แบบสถานการณ์จำลอง เสริมด้วยกระบวนการการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องเงิน และบันทึกรายรับรายจ่าย ทั้ง 3 วงจรปฏิบัติการ ทำให้ได้ประเด็นในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ สามารถสรุปได้ว่ามีขั้นตอนและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักเรียน สามารถพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์มี 6 ขั้นตอนที่สำคัญได้แก่ ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียม ขั้นที่ 2 ขั้นเสนอเนื้อหาใหม่ ขั้นที่ 3 ขั้นแบ่งกลุ่ม ขั้นที่ 4 ขั้นรับบทบาท และทำตามบทบาท ขั้นที่ 5 ขั้นอภิปรายผล ขั้นที่ 6 ขั้นประเมิน 2) ความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบแบ่งกลุ่มผลสัมฤทธิ์ ร่วมกับการเรียนรู้แบบสถานการณ์จำลอง เสริมด้วยกระบวนการการแก้ปัญหาของโพลยา คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 27.05 คิดเป็นร้อยละ 90.17 ซึ่งนักเรียน มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบแบ่งกลุ่มผลสัมฤทธิ์ ร่วมกับการเรียนรู้แบบสถานการณ์จำลอง เสริมด้วยกระบวนการการแก้ปัญหาของโพลยา มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน 14.90 คิดเป็นร้อยละ 49.67 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 28.25 คิดเป็นร้อยละ 94.17 ซึ่งนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการ เรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2560. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กลุ่มบริหารงานวิชาการ โรงเรียนอนุบาลองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแสง. (2566). รายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนปีการศึกษา 2566 โรงเรียนอนุบาลองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแสง. โรงเรียนอนุบาลองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแสง.
กิตติพัฒน์ ศรีชํานิ, วรนุช แหยมแสง และภัทรวดี หาดแก้ว. (2562). การพัฒนากิจกรรมการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง อัตราส่วนตรีโกณมิติ โดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค STAD พร้อมด้วยทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง. วารสารวิชาการครุศาสตร์สวนสุนันทา, 3(1), 12 - 20.
ทิศนา แขมมณี. (2553). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 22. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ลัดดา คฤหปาน และนิเวศน์ คำรัตน์. (2565).ผลการจัดการเรียนรู้ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยาร่วมกับเทคนิคบาร์โมเดลที่มีต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาและเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 17(2), 213 – 226.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์. ส เจริญ การพิมพ์.
สิริพร ทิพย์คง. (2544). การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์. ศูนย์พัฒนาหนังสือ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.
สุกัญญา สุขสบาย. (2556). ผลการใช้กระบวนการแก้โจทย์ปัญหาตามแนวคิดของโพลยาร่วมกับแผนผังรูปเพชรและมุมทั้งสี่ที่มีต่อเจตคติและผลสัมฤทธิ์ในการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์: กรณีศึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตร์ศึกษา, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี].
สุวิทย์ มูลคํา และอรทัย มูลคํา. (2550). 19 วิธีการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ. ภาพพิมพ์.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2544). คู่มือการวิจัยในชั้นเรียนสำหรับโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2555). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. พิมพ์ครั้งที่ 17. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.