Development of English Listening and Reading Abilities Using PEA Model in English for TOEIC Course for Mathayomsuksa 1 Students at Phetchaburi Rajabhat University Demonstration School
Main Article Content
Abstract
The objectives of this research were 1) to compare the students’ listening ability in Part 4 of TOEIC before and after using PEA Model and 2) to compare the students’ reading ability in Part 6 of TOEIC before and after using PEA Model. The samples were 24 students in grade 7 of Phetchaburi Rajabhat University Demonstration School. The research instruments used were lesson plans using PEA Model and the listening and reading comprehension test. The data were analyzed by means, standard deviation and one group pretest-posttest experiment. The results revealed that 1) the students’ listening ability in Part 4 of TOEIC after using PEA Model were significantly higher than before teaching at the .05 level and 2) the students’ reading ability in Part 6 of TOEIC after using PEA Model were significantly higher than before teaching at the .05 level.
Article Details
บทความนี้ยังไม่เคยลงตีพิมพ์ในวารสารใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
บทความที่ลงพิมพ์เป็นข้อคิดเห็น/แนวคิด/ทัศนคติของผู้เขียนเท่านั้น หากเกิดผลทางกฎหมายใดๆที่อาจ
เกิดขึ้นจากบทความนี้ ผู้เขียนจะเป็นผู้รับผิดชอบ และบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารเท่านั้น
References
[5] ETS. Mapping the TOEIC® Tests on the Common European Framework of Reference for Languages. (อินเทอร์เน็ท). 2564 (เข้าถึงเมื่อ 21พฤษภาคม 2564). เข้าถึงได้จาก https://www.ets.org/s/toeic/pdf/toeic-cefr-flyer.pdf. [6] สำนักงานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมป์. คู่มือการจัดระบบารเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. พิมพ์ครั้งที่ 2 . ปทุมธานี : ศูนย์เรียนรู้การผลิตและจัดการธุรกิจสิ่งพิมพ์ดิจิตอล มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมป์ ; 2557. [7] วิชชุดา ขำประถม. ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการทดสอบการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารนานาชาติ (TOEIC)ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร 2562; 16: 847-858. [8] วันดี ศรีสวัสดิ์. ปัจจัยเชิงสาเหตุพหุระดับที่ส่งผลให้ความสามารถด้านทักษะภาษาอังกฤษของวัยรุ่นไทยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน. (อินเทอร์เน็ต). 2556(เข้าถึงเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563. เข้าถึงได้จาก http://www.research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2556/2556239509891.pdf. [9] มาเรียม นิลพันธุ์. วิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. นครปฐม: โครงการส่งเสริมการผลิตตำรา และเอกสารประกอบการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2549. [10] Graham, and Macaro, E. Strategy Instruction in Listening for lower-intermediate learners of French. Language Learning. Language Learning 2008; 58(4):1-66. [11] ปรียานุช ทองเกลี้ยง. ผลการใช้แบบฝึกประกอบภาพยนต์ที่มีต่อทักษะการฟังภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ปริญญามหาบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร; 2562.
[12] ชญานนท์ พูนทอง. การพัฒนาการฝึกอบรมผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เรื่องภาษาอังกฤษเพื่อการทดสอบระดับการใช้ภาษาสำหรับพนักงานสายสนับสนุนวิชาการ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล(ปริญญามหาบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร; 2554. [13] Johnson, A.P. Teaching reading and writing: A Guidebook for Tutoring and Remediating Students. 1st ed. United Kingdom: Rowman & Littlefield Education ; 2008.
[14] Oxford. Tactics for the TOEIC Listening and Reading Test Practice Test 2. 1st ed. New York: Oxford University Press; 2018. [15] ลียานา พันธพงศ์ธรรม. การใช้กลวิธีการอ่านภาพส่งเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษและการคิดอย่างมีวิจารณญาน(ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2561.
[16] ปิยภัทร เรืองโรจน์. ผลการสอนอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้กรอบแนวคิด ‘แอคทีฟ’ ที่มีต่อความสามารถในการอ่านและกลยุทธ์การอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.