https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/issue/feed
วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
2026-09-17T09:30:55+07:00
ผศ.ดร.จุติพร อินทะนิน
acad@mail.pbru.ac.th
Open Journal Systems
<p>วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีมีศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย ISSN: 2229-0435 รับตีพิมพ์บทความในกลุ่ม สหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์เปิดรับบทความวิจัย บทความวิชาการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบัน โดยมีกำหนดออกวารสารตีพิมพ์ 3 ฉบับต่อปี ดังนี้ ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน, ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม และฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม</p>
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/301293
การเสริมสร้างสมรรถนะครูปฐมวัยในการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วยแนวคิด ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1
2026-06-19T14:31:56+07:00
ณฐกร ดวงพระเกษ
nathakorn.dua19@gmail.com
<p> การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูปฐมวัยในการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วยแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันของสมรรถนะครูปฐมวัยในการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วยแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 กลุ่มตัวอย่างจำนวน175 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม ตอนที่ 2 การเสริมสร้างสมรรถนะครูปฐมวัยในการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วยแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 ประกอบด้วย การประชุมเชิงปฏิบัติการและการนิเทศติดตาม โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือครูปฐมวัยที่สมัครใจ จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบทดสอบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า: 1) สภาพปัจจุบันสมรรถนะของครูปฐมวัยในการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วยแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (𝑥̅ = 2.67) และสภาพที่พึงประสงค์สมรรถนะของครูปฐมวัยในการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วยแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ =4.58) และ 2) การเสริมสร้างสมรรถนะครูปฐมวัยในการสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วยแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 พบว่าครูปฐมวัยมีพัฒนาการด้านสมรรถนะในการสร้างสื่อการเรียนรู้อย่างชัดเจน ทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจ ทักษะการออกแบบและผลิตสื่อ ตลอดจนการประเมินและปรับปรุงสื่ออย่างต่อเนื่อง การดำเนินงานตามแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพช่วยส่งเสริมให้ครูเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน พัฒนาศักยภาพและยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
2026-09-14T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/304578
ส่วนประสมการตลาดออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า บน Shopee Application ของผู้บริโภคจังหวัดจันทบุรี
2026-08-10T16:34:46+07:00
เจตน์จรรย์ อาจไธสง
jetchan_at@rmutto.ac.th
มณฑาทิพย์ พงศ์พิตรพิบูล
jetchan_at@rmutto.ac.th
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อส่วนประสมการตลาดออนไลน์ และวิเคราะห์ส่วนประสมการตลาดออนไลน์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าบน Shopee Application ของผู้บริโภค การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคในจังหวัดจันทบุรีที่เคยทำการสั่งซื้อสินค้าบน Shopee Application จำนวน 400 คน กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ 1) สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2) สถิติอ้างอิง คือ การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดับความคิดเห็นต่อภาพรวมของส่วนประสมทางการตลาดออนไลน์อยู่ในระดับมากที่สุด เรียงจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้า ด้านราคา และด้านการให้บริการส่วนบุคคล ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่าส่วนประสมการตลาดออนไลน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าบน Shopee Application อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีระดับของอิทธิพลจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้า ด้านการให้บริการส่วนบุคคล ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านผลิตภัณฑ์ และด้านราคา ตามลำดับ สามารถอธิบายความแปรปรวนของการตัดสินใจซื้อได้ร้อยละ 71.90 (R<sup>2</sup>=0.719) และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการทำนาย 0.19</p>
2026-09-16T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/302790
คุณสมบัติทางวากยสัมพันธ์และอรรถศาสตร์ของคำว่า “ยัน” ในภาษาไทยปัจจุบัน
2026-09-09T09:39:38+07:00
สุทธิรักษ์ บูรพาศิริวัฒน์
sutthirakburapasiriwat@gmail.com
นัทธ์ชนัน นาถประทาน
natchanan.y@ku.th
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์คุณสมบัติทางวากยสัมพันธ์และอรรถศาสตร์ของคำว่า <em>ยัน</em> และ 2) วิเคราะห์การขยายความหมายและหน้าที่ทางไวยากรณ์ของคำว่า <em>ยัน</em> ในภาษาไทยปัจจุบัน โดยเก็บข้อมูลจากคลังข้อมูลภาษาไทยแห่งชาติ ฯ และสื่อออนไลน์ จำนวน 1,000 ข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า คำว่า <em>ยัน</em> ในภาษาไทยปัจจุบันมี 4 หน้าที่ ได้แก่ คำกริยา (สกรรม) คำขยายหรือกริยาวิเศษณ์ คำบุพบท และคำเชื่อม แสดงความหมาย 7 ความหมาย ได้แก่ 1) ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเคลื่อนที่ไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่ง 2) ทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่เคลื่อนที่ 3) รักษาตำแหน่งหรือสภาวะ 4) ตรวจสอบหรือยืน<em>ยัน</em> 5) แสดงความสม่ำเสมอและมั่นคง 6) หน่วยคำเชื่อม แสดงจุดสิ้นสุดของพื้นที่ เวลา และกิจกรรม และ 7) หน่วยเชื่อมอนุพากย์หรือประโยค แสดงจุดสิ้นสุดเหตุการณ์ ส่วนผลการขยายความหมายพบว่า ความหมายที่ 1 และ 2 เป็นความหมายพื้นฐานก่อนที่จะขยายไปสู่ความหมายอื่น 5 เส้นทางผ่านกระบวนการอุปลักษณ์และนามนัย ผลการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่า คำกริยา <em>ยัน</em> มีทิศทางการขยายความหมายจากคำเนื้อหาไปสู่คำไวยากรณ์ได้เช่นเดียวกับคำกริยาแสดงการเคลื่อนที่อีกหลายคำในภาษาไทย</p>
2026-09-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี