วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru
<p>วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีมีศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย ISSN: 2229-0435 รับตีพิมพ์บทความในกลุ่ม สหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์เปิดรับบทความวิจัย บทความวิชาการ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบัน โดยมีกำหนดออกวารสารตีพิมพ์ 3 ฉบับต่อปี ดังนี้ ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน, ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม และฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม</p>
งานประสานการจัดบัณฑิตศึกษา สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน
th-TH
วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
2229-0435
<p>บทความนี้ยังไม่เคยลงตีพิมพ์ในวารสารใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น</p> <p>บทความที่ลงพิมพ์เป็นข้อคิดเห็น/แนวคิด/ทัศนคติของผู้เขียนเท่านั้น หากเกิดผลทางกฎหมายใดๆที่อาจ</p> <p>เกิดขึ้นจากบทความนี้ ผู้เขียนจะเป็นผู้รับผิดชอบ และบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารเท่านั้น</p> <p> </p> <p> </p>
-
กระบวนทัศน์การบริหารจัดการหลักสูตรคณิตศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ ระดับมัธยมศึกษา: กรณีศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/299572
<p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนทัศน์การบริหารจัดการหลักสูตรคณิตศาสตร์ กรณีศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้างานหลักสูตร หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และครูผู้สอนรายวิชาคณิตศาสตร์ โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานใน 3 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วยจังหวัดสระบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี ที่ดีด้านการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จำนวน 3 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง<br /> ผลการวิจัยพบว่า กระบวนทัศน์การบริหารจัดการหลักสูตรคณิตศาสตร์ กรณีศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี (Good Practice) ประกอบไปด้วย 6 กระบวนทัศน์ ได้แก่ กระบวนทัศน์ที่ 1 กระบวนทัศน์ฐานทฤษฎีและการเรียนรู้เชิงรุก (Theory-Driven & Active Learning Paradigm) กระบวนทัศน์ที่ 2 การบริหารหลักสูตรที่เน้นผลลัพธ์ (Outcome-Based Education) กระบวนทัศน์ที่ 3 การบริหารหลักสูตรเชิงบูรณาการ (Integrated Curriculum) กระบวนทัศน์ที่ 4 การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมและเครือข่าย (Collaborative & Networked Management Paradigm) กระบวนทัศน์ที่ 5 การบูรณาการและเชื่อมโยงชีวิตจริง (Integration & Real-World Relevance Paradigm) กระบวนทัศน์ที่ 6 การประเมินตามสภาพจริงและความโปร่งใส (Authentic Assessment & Transparency Paradigm)</p>
พนิตนาถ ฟุ้งเฟื่อง
ธัญวรัตน์ สุวพัฒน์
ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-20
2026-05-20
16 2
1
10
-
ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบนั่งร้านที่มีต่อความสามารถ ในการออกแบบกิจกรรมการสอนการออกเสียงภาษาจีน ของนักศึกษาสาขาวิชาการสอนภาษาจีน
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/298729
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการสอนการออกเสียงภาษาจีน ของนักศึกษาสาขาวิชาการสอนภาษาจีน โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบนั่งร้าน และ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาการสอนภาษาจีน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 21 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-experimental Research) แบบกลุ่มเดียววัดผลหลังเรียน (One-shot Case Study) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบนั่งร้าน 2) แบบประเมินความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการสอนการออกเสียงภาษาจีน และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (<em>M</em>) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (<em>SD</em>)<br /> ผลการวิจัยพบว่า หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบนั่งร้าน นักศึกษามีความสามารถในการออกแบบกิจกรรมการสอนการออกเสียงภาษาจีนโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก (<em>M</em> = 21.14, <em>SD</em> = 0.54) และมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (<em>M</em> = 4.83, <em>SD</em>= 0.49)</p>
CHENYI MENG
อุบลวรรณ ส่งเสริม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-05-07
2026-05-07
16 2
11
19
-
อิทธิพลของความสามารถทางเทคโนโลยีดิจิทัลต่อผลการปฏิบัติงานเชิงนวัตกรรมผ่านพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรม: บทบาทของการรับรู้ความสามารถของตนเองเชิงสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นต่อการเปลี่ยนแปลงของพนักงานบัญชีบริษัทเอกชน
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/300951
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับความสามารถทางเทคโนโลยีดิจิทัล พฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลการปฏิบัติงานเชิงนวัตกรรม การรับรู้ความสามารถของตนเองเชิงสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นต่อการเปลี่ยนแปลง 2) อิทธิพลของความสามารถทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรม 3) อิทธิพลของพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ส่งผลต่อผลการปฏิบัติงานเชิงนวัตกรรม และ 4) อิทธิพลของการรับรู้ความสามารถของตนเองเชิงสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นต่อการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถทางเทคโนโลยีดิจิทัลกับพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรม การวิจัยเป็นแบบเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากพนักงานบัญชีบริษัทเอกชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 1 ปี จำนวน 400 คน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้ค่าการแจกแจงความถี่ ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน วิเคราะห์องค์ประกอบยืนยัน และวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง<br /> ผลการวิจัยพบว่า ตัวแปรโดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยความสามารถทางเทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรม (ß = 0.670, p < 0.05) และพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมมีอิทธิพลเชิงบวกต่อผลการปฏิบัติงานเชิงนวัตกรรม (ß = 0.919, p < 0.05) นอกจากนี้ การรับรู้ความสามารถของตนเองเชิงสร้างสรรค์มีบทบาทเป็นตัวแปรกำกับเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถทางเทคโนโลยีดิจิทัลและพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรม(ß = 0.585, p < 0.05) ขณะที่ความมุ่งมั่นต่อการเปลี่ยนแปลงมีบทบาทเป็นตัวแปรกำกับเชิงลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถทางเทคโนโลยีดิจิทัลและพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรม (ß = -0.552, p < 0.05) โดยความสัมพันธ์ทั้งหมดมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาความสามารถทางเทคโนโลยีดิจิทัลและส่งเสริมพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อยกระดับผลการปฏิบัติงานเชิงนวัตกรรมของพนักงานบัญชี</p>
จิณัชญานันท์ อุดมพงศ์วัฒนา
วิโรจน์ เจษฎาลักษณ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-25
2026-06-25
16 2
20
33
-
ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทและความระมัดระวังทางบัญชี ที่ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/298438
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทที่ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และศึกษาความสัมพันธ์ของความระมัดระวังทางบัญชีที่ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 324 บริษัท โดยจำนวนดังกล่าวไม่รวมกลุ่มธุรกิจการเงิน ใช้ประชากรทั้งหมด โดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ จากฐานข้อมูล SETSMART และรายงานประจำปี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นกระดาษทำการใช้ในการเก็บข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด และการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01<br /> ผลการวิจัยพบว่า<br /><span style="font-size: 0.875rem;"> 1.องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท ด้านสัดส่วนของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและด้านสัดส่วนการถือหุ้น</span><span style="font-size: 0.875rem;">กรรมการบริษัทส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ</span><span style="font-size: 0.875rem;">ทางสถิติ ส่วนองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท ด้านคะแนนการประเมินการกำกับดูแล ด้านสัดส่วนกรรมการบริษัทที่มีความรู้ ความชำนาญด้านบัญชีและการเงิน และด้านกรรมการอิสระดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทไม่ส่งผลต่อความสามารถ</span><span style="font-size: 0.875rem;">ในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถสร้างสมการถดถอยในรูปแบบคะแนนดิบ คือ</span><span style="font-size: 0.875rem;">PFR = .10 (SLG) + .50(PED) + 7.49 (DAF) -2.69 (ICD) -.10 (PSD) และสามารถสร้างสมการถดถอยในรูปแบบคะแนนมาตรฐาน PFR = .00 (SLG) + .42 (PED) + .03 (DAF) -.40 (ICD) -.30 (PSD)<br /></span> 2. ความระมัดระวังทางบัญชี ด้านความระมัดระวังทางบัญชีตามตัวแบบ Givoly and Hayn (2000) ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ความระมัดระวังทางบัญชีด้านความระมัดระวังทางบัญชีตามตัวแบบ Basu (1997) ไม่ส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถสร้างสมการถดถอยพหุคูณ สามารถสร้างสมการถดถอยในรูปแบบคะแนนดิบ คือ PFR = .00 (ACB) + .29 (ACG) และสามารถสร้างสมการถดถอยในรูปแบบคะแนนมาตรฐาน คือ PFR = .00 (ACB) + .32 (ACG)</p>
พันธ์แสน ใจชื้น
ฐิติพร พระโพธิ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-26
2026-06-26
16 2
34
42
-
อิทธิพลของแนวปฏิบัติทางการบัญชีแบบลีนต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ของผู้ทำบัญชีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/299856
<p> การค้นคว้าอิสระครั้งนี้ เป็นงานวิจัยเอกสารมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของแนวปฏิบัติทางการบัญชีแบบลีนต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของผู้ทำบัญชีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 5 ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ทำบัญชีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 5 จำนวน 123 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาอยู่ระหว่าง 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.85 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่าย การกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05<br /> ผลการวิจัยพบว่า แนวปฏิบัติทางการบัญชีแบบลีนมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของผู้ทำบัญชีโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 5 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และได้สมการถดถอยในรูปแบบคะแนนดิบ คือ PA = 0.571 + 0.862 (LP) หรือในรูปแบบคะแนนมาตรฐาน คือ PA = 0.481 (LP)</p>
พลอยภัทรชา เยี่ยมสวัสดิ์
ขวัญนรี กล้าปราบโจร
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-24
2026-06-24
16 2
43
57
-
การวิเคราะห์ความต้องการการพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ตามกรอบอ้างอิงมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรป (CEFR) ของนักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/301126
<p> งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ความต้องการการพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามกรอบอ้างอิงมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรป (CEFR) ของนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และ 2) เพื่อเปรียบเทียบความต้องการการพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามกรอบอ้างอิงมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรป (CEFR) ของนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ระหว่างชั้นปี กลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 316 นาย ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบชั้นภูมิตามตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นอยู่ที่ 0.98 และมีการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือโดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence: IOC) และค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีเรียงลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNI<sub>modified</sub>) การทดสอบสมมติฐานใช้ F-test การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)<br /> ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการการพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามกรอบอ้างอิงมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรป (CEFR) ของนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โดยรวมมีค่าดัชนีเท่ากับ 0.133 และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่าสมรรถนะด้านการเขียนมีความต้องการในการพัฒนาสูงสุด (PNI<sub>modified </sub>= 0.161) รองลงมาคือสมรรถนะด้านการพูด (PNI<sub>modified</sub> = 0.159) สมรรถนะด้านการฟัง (PNI<sub>modified</sub> = 0.110) และอันดับสุดท้ายคือ สมรรถนะด้านการอ่าน (PNI<sub>modified</sub> = 0.095) และ 2) นักเรียนนายร้อยทั้ง 5 ชั้นปี มีความต้องการการพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษตามกรอบอ้างอิงมาตรฐานทางภาษาของสหภาพยุโรป (CEFR) ที่ไม่แตกต่างกัน สำหรับข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยนี้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์เป็นแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารและคณาจารย์ในการปรับปรุงหลักสูตรภาษาอังกฤษโดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นสมรรถนะทักษะการผลิตสาร (Productive skills) ด้านการเขียนและการพูดทางการทหาร ตลอดจนจัดกิจกรรมเสริมทักษะแบบบูรณาการในลักษณะเดียวกันให้กับนักเรียนนายร้อยในทุกระดับชั้นปีอย่างต่อเนื่อง</p>
วสันต์ เต็งกวน
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-07-15
2026-07-15
16 2
58
71
-
การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงาน ขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี
https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ajpbru/article/view/300532
<p> การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และ 2) ศึกษาแนวทางการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เป็นการวิจัยแบบผสมผสานเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.935 กับกลุ่มตัวอย่างบุคลากรที่ปฏิบัติงานในองค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จำนวน 324 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้บริหารและนักบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 16 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา<br /> ผลการศึกษาพบว่า 1) การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ด้านการวัดและการตรวจสอบผลการดำเนินงาน และด้านการให้รางวัลตอบแทน ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 มีประสิทธิภาพในการทำนายร่วมกันร้อยละ 70.30 2) แนวทางการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี คือ “SPMR Guideline” ประกอบด้วย (1) ด้านการวางแผนเชิงกลยุทธ์และการมีส่วนร่วม (S: Strategic Planning & Participation) (2) ด้านการกำหนดตัวชี้วัดและการวัดผล (P: Performance Indicators & Measurement) (3) ด้านการติดตาม ตรวจสอบ และความโปร่งใส (M: Monitoring, Transparency & Audit) (4) ด้านการให้รางวัลและแรงจูงใจ (R: Reward & Motivation)</p>
วิวรรธน์ สุขสมกิจ
ดารัณ พราหมณ์แก้ว
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-07-15
2026-07-15
16 2
72
82