การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมคำศัพท์เพื่อพัฒนาความสามารถในการจดจำคำศัพท์และการสะกดคำภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้านคำศัพท์ และการสะกดคำภาษาอังกฤษโดยใช้เกมคำศัพท์ภาษาอังกฤษ 3) เพื่อศึกษาความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษหลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกม และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมคำศัพท์ภาษาอังกฤษ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านคำโพนสูง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 14 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมคำศัพท์ 2) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 3) แบบทดสอบวัดความคงทนทางการเรียนรู้ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติ Wilcoxon Signed-Rank Test เพื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้และวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนต่อกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการวิจัยพบว่า 1) กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมคำศัพท์ภาษาอังกฤษมีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.33/89.29 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 75/75 2) นักเรียนมีคะแนนด้านการจดจำคำศัพท์และการสะกดคำภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (Z = -3.296, p = .001) และมีขนาดอิทธิพลอยู่ในระดับสูงมาก (r = 0.88) 3) นักเรียนมีความคงทนในการจดจำคำศัพท์และการสะกดคำภาษาอังกฤษผ่านไป 14 วันสูงกว่าคะแนนผลการเรียนรู้หลังเรียนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z = -1.134, p = .257) โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 26.79 และ 27.07 คะแนน และ 4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ยังไม่เคยลงตีพิมพ์ในวารสารใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
บทความที่ลงพิมพ์เป็นข้อคิดเห็น/แนวคิด/ทัศนคติของผู้เขียนเท่านั้น หากเกิดผลทางกฎหมายใดๆที่อาจ
เกิดขึ้นจากบทความนี้ ผู้เขียนจะเป็นผู้รับผิดชอบ และบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
วิชัย วงษ์ใหญ่ และมารุต พัฒผล. (2562). การจัดการเรียนรู้ในยุค disruptive innovation. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2567). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2567. สทศ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. พริกหวานกราฟฟิก.
Crystal, D. (2003). English as a global language (2nd ed.). Cambridge University Press.
Ebbinghaus, H. (1913). Memory: A contribution to experimental psychology. Teachers College, Columbia University.
Ellis, R. (2003). Task-based language learning and teaching. Oxford University Press.
Hadfield, J. (1999). Intermediate vocabulary games. Longman.
Maslow, A. H. (1970). Motivation and personality (2nd ed.). Harper & Row.
Nation, I. S. P. (2001). Learning vocabulary in another language. Cambridge University Press.
Nation, I. S. P. (2009). Teaching ESL/EFL listening and speaking. Routledge.
Piaget, J. (1951). Play, dreams and imitation in childhood. Norton.
Read, J. (2000). Assessing vocabulary. Cambridge University Press.
Rogers, C. R. (1983). Freedom to learn for the 80s. Charles E. Merrill.
Schmitt, N. (2000). Vocabulary in language teaching. Cambridge University Press.
Snowling, M. J., & Hulme, C. (2012). The nature and classification of reading disorders. In M. J. Snowling & C. Hulme (Eds.),
The science of reading (pp. 1–15). Blackwell.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.
Wilkins, D. A. (1972). Linguistics in language teaching. Edward Arnold.
Wright, A., Betteridge, D., & Buckby, M. (2006). Games for language learning (3rd ed.). Cambridge University Press.