การประเมินความต้องการจำเป็นด้านภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตย และด้านการจัดการความรู้ ของนักศึกษาวิชาชีพครู ในยุคการศึกษา 5.0
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็น 1) ด้านภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตย ของนักศึกษาวิชาชีพครู 2) ด้านการจัดการความรู้ตามหลักการ 5 ประการ และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตยกับการจัดการความรู้ตามหลักการ 5 ประการ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาวิชาชีพครู ชั้นปีที่ 2 ที่ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย สังกัด คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี และสำนักวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ รวมจำนวน 99 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ PNI Modified และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์เพียร์สัน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการประเมินความจำเป็นด้านภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตย มีความต้องการจำเป็นระดับปานกลาง ควรพัฒนา ( PNI Modified = 0.203) 2) ความต้องการจำเป็นของนักศึกษาวิชาชีพครู ตามหลักการ 5 ประการ โดยรวมมีความต้องการจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาตามความเหมาะสม เมื่อจัดลำดับความสำคัญโดยใช้ดัชนี (Priority Needs Index : PNI) มีค่าระหว่าง 0.1- 0.2 ระดับที่จะต้องได้รับการพัฒนาตามความเหมาะสม ลำดับแรก ได้แก่ ด้านการมีแบบแผนความคิด ( PNI = 0.176) รองลงมา ด้านความรอบรู้แห่งตน (PNI = 0.173) ด้านการเรียนรู้เป็นทีม (PNI = 0.164) ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วม (PNI = 0.158) และ ด้านการคิดอย่างเป็นระบบ (PNI = 0.157) ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตย กับ การจัดการความรู้ตามหลัก 5 ประการ มีความสัมพันธ์กันระดับสูง (0.71) จำนวน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการมีแบบแผนความคิด (rx2y = 0.745) และ ด้านการเรียนรู้เป็นทีม (rx4y = 0.708) และมีความสัมพันธ์กันระดับปานกลาง (0.31 -0.70) จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วม (rx3y = 0.695) ด้านการคิดอย่างเป็นระบบ ( rx5y = 0.691) และ ด้านความรอบรู้แห่งตน ( rx1y= 0.675) ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ยังไม่เคยลงตีพิมพ์ในวารสารใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
บทความที่ลงพิมพ์เป็นข้อคิดเห็น/แนวคิด/ทัศนคติของผู้เขียนเท่านั้น หากเกิดผลทางกฎหมายใดๆที่อาจ
เกิดขึ้นจากบทความนี้ ผู้เขียนจะเป็นผู้รับผิดชอบ และบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กิตติ์ณัฐ สุนทรวิสัย และกิจพิณิฐ อุสาโห. (2567). ภาวะผู้นำทางวิชาการในยุค 5.0 ของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มสหวิทยาเขตเทสรังสี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย. วารสารการบริหารการจัดการและการพัฒนาที่ยั่งยืน, 2(1), 387–400.
ธีรวัฒน์ เลื่อนฤทธิ์ และโกศล มีคุณ. (2560). ภาวะผู้นำแบบประชาธิปไตยของผู้นำนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา. วารสารวัดผลการศึกษา สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา, 34(108), 58–72.
บุญจิรา เผดิมรอด. (2558). วินัยแห่งการเรียนรู้ที่มีผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (เพชรบุรี) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง [สารนิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
รัตนา สนเปี่ยม, สมชาย เทพแสง, และกฤษดา ผ่องพิทยา. (2565). ภาวะผู้นำสมดุล: รูปแบบภาวะผู้นำที่ส่งเสริมประชาธิปไตย. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 19(37), 24–37.
วิสิทธิ์ เพลินทรัพย์ และประจวบ เพิ่มสุวรรณ. (2553). การศึกษาแบบภาวะของผู้นำที่มีต่อความพึงพอใจของพนักงานบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) [สารนิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
สถาพร กรีธาธร. (2553). องค์ประกอบของคุณลักษณะองค์การแห่งการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อหลักการ 5 ประการของบุคลากรในโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
องอาจ นัยพัฒน์. (2551). วิธีวิทยาการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. โรงพิมพ์สามลดา.
Best, J. W. (1997). Research in education (3rd ed.). Prentice Hall.
Fiedler, F. E. (1971). Leadership. General Learning Press.
Gurr, D. (2015). A model of successful school leadership from the International Successful School Principalship Project. Societies, 5(1), 136–150. https://doi.org/10.3390/soc5010136
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline field book: Strategies and tools for building a learning organization. Doubleday.