ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสเงินสดกับประสิทธิภาพในการทำกำไรและผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัทกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารที่จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกระแสเงินสดกับประสิทธิภาพในการทำกำไรของบริษัทกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพในการทำกำไรกับผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัทกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างคือบริษัทที่จดทะเบียนในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร จำนวน 46 บริษัท โดยใช้ชุดข้อมูลพาเนล (Panel Data) จากแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (56-1 One Report) ระหว่างปี พ.ศ. 2563–2567 รวมทั้งสิ้น 230 ชุดข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ประกอบด้วย สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 1) กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน (CFI) และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน (CFF) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพในการทำกำไร ทั้งในมิติของกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวม (ROA) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่กระแสเงินสดสุทธิ (NCF) มีความสัมพันธ์เชิงลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติสวนทางกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ สำหรับอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) พบว่ามีเพียงกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) เท่านั้นที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ 2) ด้านความสัมพันธ์ต่อผลตอบแทนการลงทุน พบว่า อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวม (ROA) เป็นปัจจัยเพียงตัวเดียวที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อทั้งอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์ (PRI) และอัตราเงินปันผลตอบแทน (DY) ข้อค้นพบนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินทรัพย์เป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่กำหนดความเชื่อมั่นและผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร