ปัจจัยที่มีผลต่อการออมและการลงทุนของพนักงานและลูกจ้าง :กรณีศึกษาธนาคารออมสิน เขตพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

Main Article Content

ธนิสร ริตกันโต
วรรณรพี บานชื่นวิจิตร

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงผสมผสานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของพนักงานและลูกจ้างธนาคารออมสินที่มีต่อการออมและการลงทุน 2) เพื่อศึกษารูปแบบการออมและการลงทุน และ 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางส่งเสริมการออมและการลงทุนของพนักงานและลูกจ้างธนาคารออมสินในสังกัดเขตสุพรรณบุรี สุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ จำนวน 105 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.886 และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยจำนวนร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับความรู้ความเข้าใจทางการเงิน ภาวะเศรษฐกิจ การเมืองและกฎหมาย การได้รับคำแนะนำจากบุคคลรอบข้างและพนักงานสถาบันการเงินที่มีต่อการออมและการลงทุนอยู่ในระดับสูง 2) รูปแบบการออมและการลงทุนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การออมผ่านบัญชีเงินฝากหรือสลากออมทรัพย์ของธนาคาร รองลงมาเป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ และการลงทุนในทรัพย์สินมีค่าหรืออสังหาริมทรัพย์ 3) แนวทางในการส่งเสริมการออมและการลงทุนควรมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและมาตรการสนับสนุนที่สอดคล้องกับบริบทของกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงาน โดยเน้นความยืดหยุ่น การใช้เงินเริ่มต้นต่ำ การเข้าถึงผ่านช่องทางดิจิทัล และการเสริมสร้างความรู้ด้านการออมและการลงทุนอย่างเป็นระบบ ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน รวมถึงการส่งเสริมวินัยทางการออมและการลงทุนอย่างยั่งยืนในองค์กรต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ริตกันโต ธ., & บานชื่นวิจิตร ว. (2026). ปัจจัยที่มีผลต่อการออมและการลงทุนของพนักงานและลูกจ้าง :กรณีศึกษาธนาคารออมสิน เขตพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 5(1), 147–166. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/RPUBAJOURNAL/article/view/303588
ประเภทบทความ
บทความวิจัย