การวิเคราะห์หลักทรัพย์ กรณีศึกษา บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

Main Article Content

ณัฐนันท์ เม็ดโท
ภูษิต วงศ์หล่อสายชล

บทคัดย่อ

          การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)ศึกษาตัวแปรที่มีผลต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ KBANK 2) พยากรณ์ผลการดําเนินงาน ฐานะทางการเงิน และอัตราส่วนทางการเงินของบริษัทธนาคารกสิกรไทย จํากัด (มหาชน) และ 3) ประเมินมูลค่ากิจการของ บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จํากัด (มหาชน)โดยใช้วิธีสมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Linear Regression)  ด้วยวิธีกำลังสองน้อยที่สุด (Ordinary Least Square : OLS)


          ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยที่มีผลต่อรายได้รวมของ บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เท่ากับ 0.6665และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชั้นดี (Loan interest) เท่ากับ (0.1639) นัยสำคัญทางสถิติ ณ ระดับความเชื่อมั่น 0.05 ,0.01โดยผลการประเมินมูลค่าบริษัทฯ วิธีที่ 1. ใช้วิธีคิดลดกระแสเงินสดอิสระ (Discount Cash Flow) หรือ DCF  โดยได้มูลค่าหุ้นสามัญของบริษัท เท่ากับ 17.41 บาทต่อหุ้น วิธีที่ 2. การประเมินมูลค่าหุ้นสามัญด้วยวิธีกำไรคงเหลือ เท่ากับ 24.67 บาท/หุ้น และวิธีที่ 3. Multiple Comparable เท่ากับ 25.87 บาทต่อหุ้น โดยวิธีที่มีความเหมาะสมในการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญของบริษัทฯ คือ วิธีการคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow : DCF) เนื่องจากเป็นวิธีที่สะท้อนถึงศักยภาพ และความสามารถในการดำเนินธุรกิจที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีการเติบโตได้ในอนาคต ดังนั้นมูลค่าหุ้นสามัญของบริษัท KBANK  ที่เหมาะสมเท่ากับ 17.41 – 24.67 บาทต่อหุ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เม็ดโท ณ., & วงศ์หล่อสายชล ภ. (2023). การวิเคราะห์หลักทรัพย์ กรณีศึกษา บริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน). วารสารบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 2(2), 36–56. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/RPUBAJOURNAL/article/view/274044
ประเภทบทความ
บทความวิจัย