ผลของยุทธวิธีทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่มีต่ออัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด ของบุคลากรมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุพรรณบุรี

Main Article Content

อธิวัฒน์ ดอกไม้ขาว
ฉัตรตระกูล ปานอุทัย
อัมพร กรุุดวงษ
อุทัย บุญประเสริฐ
สุรเชษฐ ขวัญใน
ราชันย์ เฉลียวศิลป์
พัชรี ทองคำพานิช
ปวเรศร์ พันธยุทธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบผลของยุทธวิธีทางวิทยาศาสตร์การกีฬา (การออก
กำลังกายด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ดังนี้ ออกกำลังกายด้วยจักรยาน, ออกกำลังกายด้วยลู่วิ่งไฟฟ้าและออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก) ที่มีต่ออัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด(VO2 max)  ของบุคลากรมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุพรรณบุรี จำนวน 40 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 10 คน คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มควบคุม กลุ่มที่ 2 ออก
กำลังกายด้วยจักรยาน กลุ่มที่ 3 ออกกำลังกายด้วยลู่วิ่งไฟฟ้า กลุ่มที่ 4 ออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก การออกกำลังกายของทุกกลุ่มใช้เวลา 8 สัปดาห์ ๆ ละ 3 วัน โดยทำการทดสอบอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2 max)  ของทั้ง 4 กลุ่ม ก่อนการฝึก ภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 นำผลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (one – way analysis of variance : ANOVA) และวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ (one-way analysis of variance with repeated measure) และเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่โดยวิธีของ LSD ซึ่งกำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05


       ผลการวิจัย พบว่า


       ค่าเฉลี่ยอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2 max) ของบุคลากรมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุพรรณบุรี ระหว่างกลุ่ม ทั้ง 4 กลุ่ม ภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่ ภายในกลุ่ม พบว่า ค่าเฉลี่ยอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2 max) ของกลุ่มที่ 2 การฝึกตามโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยจักรยาน กลุ่มที่ 3 การฝึกตามโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยลู่วิ่งไฟฟ้า และกลุ่มที่ 4 การฝึกตามโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก ก่อนการฝึก ภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนกลุ่มที่ 1 กลุ่มควบคุม ก่อนการฝึก ภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 4 และภายหลังการฝึกสัปดาห์ที่ 8 ไม่แตกต่างกันอย่างมีมีนัยสำคัญทางสถิติ


         โดยกิจกรรมและการออกกำลังกาย ทั้ง 4 รูปแบบส่งผลต่ออัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2 max) ไม่ต่างกัน ส่วนระยะเวลาการออกกำลังกายที่ต่างกันสามารถทำให้ของบุคลากรมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุพรรณบุรี มีค่าเฉลี่ยอัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2 max) ที่ดีขึ้น ซึ่งผลจากการศึกษาครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำรูปแบบการออกกกำลังกายไปใช้เพื่อพัฒนาระบบหัวใจ ไหลเวียนเลือดและสุขภาพของร่างกายได้

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ฉัตรตระกูล ปานอุทัย. (2562). ผลการฝึกในภาวะพร่องออกซิเจนที่มีความหนักต่างกันที่มีต่อสภาวะอารมณ์และความสามารถ

ในการใช้ออกซิเจนสูงสุด. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ การออกกำลังกายและ

การกีฬา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ฉัตรตระกูล ปานอุทัย. (2567). กิจกรรมทางกายแบบออนไลน์ที่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางกาย ความฉลาดทางอารมณ์ และ

คุณภาพชีวิตของเยาวชน. วารสารมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 16 (3), 35-46.

ปรีญาพัชญ์ บุญหาญ. (2561). ระดับความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุดของนักศึกษาสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขต

ยะลา. วารสารวิชาการ สถาบันการพลศึกษา, 10 (3), 127-142.

มาริสา ภูมิภาค ณ หนองคาย และ ฉัตรตระกูล ปานอุทัย. (2560). ผลของการออกกำลังกายในห้องระบบจำลองสภาวะบนที่

สูงที่มีต่อปริมาณการใช้ออกซิเจนสูงสุดในนักกีฬาของสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตสุพรรณบุรี. วารสารศรีวนาลัย

วิจัย มหาวิทยาราชภัฎอุบลราชธานี, 7 (2), 104-117.

สุรเชษฐ ขวัญใน. (2563). ศึกษาผลของการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกกับการออกกำลังกายด้วยจักรยาน

ที่มีต่ออัตราการใช้ออกซิเจนสูงสุด. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา, 20 (1), 52-61.

American College of Sports Medicine. (2019). ACSM's Guidelines for Exercise Testing and Prescription.

(10th Ed). Philadelphia: Lippincott Williams and Wilkins.

Bull, F. C., Al-Ansari, S. S., Biddle, S., Borodulin, K., Buman, M. P., Cardon, G., Carty, C., Chaput, J. P.,

Chastin, S., Chou, R., Dempsey, P. C., DiPietro, L., Ekelund, U., Firth J., Friedenreich, C. M., Garcia, L.,

Gichu, M., Jago, R., Katzmarzyk, P. T., Lambert, E., Leitzmann, M., Milton, K., Ortega, F. B.,

Ranasinghe, C., Stamatakis, E., Tiedemann, A., Troiano, R., Ploeg, H. P., Wari, V., and Willumsen, J.

F. (2020). World Health Organization 2020 guidelines on physical activity and sedentary

behaviour. British Journal of Sports Medicine, 54, 1451-1462.

Field, A. (2013). Discovering Statistics Using IBM SPSS Statistics: And Sex and Drugs and Rock “N” Roll

(4th Ed.). London: SAGE.

Tremblay, M. S., Chaput, J. P., Adamo, K. B., Aubert, S., Barnes, J. D., Choquette, L., Duggan, M., Faulkner,

G., Goldfield, G. S., Gray, C. E., Gruber, R., Janson, K., Janssen, I., Janssen, X., Garcia, A. J., Kuzik, N.,

LeBlanc, C., MacLean, J., Okely, A. D., Poitras, V. J., Rayner, M. E., Reilly, J. J., Sampson, M., Spence, J.

C., Timmons, B. W., Carson, V., and Gruber, R. (2017). Canadian 24-hour movement guidelines for

the early years (0-4 years): An integration of physical activity, sedentary behaviour, and sleep.

BMC Public Health, 17 (5), 874.

U.S. Department of Health and Human Services. (2018). Physical activity guidelines for Americans (2nd

ed.). Washington, DC: U.S Department of Health and Human Services.

J.H. Wilmore, D.L. Costill. (2005). Physiology of Sport and Exercise (3rd ed.). Illinois: Human Kinetics.