การบูรณาการหลักพลธรรมเพื่อส่งเสริมจิตสำนึกการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลโพพระ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี การบูรณาการหลักพลธรรมเพื่อส่งเสริมจิตสำนึกการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลโพพระ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
บทความวิจัย ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการส่งเสริมจิตสำนึกการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลโพพระ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.35) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการมีความสามารถในการปกครองตนเองของประชาชนมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก รองลงมา ด้านการมีความสามัคคี และระดับต่ำสุดด้านการมีส่วนร่วม ตามลำดับ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างการบูรณาการหลักพลธรรมกับการส่งเสริมจิตสำนึกการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ในภาพรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกในทิศทางเดียวกันอยู่ในระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าทุกด้านมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านปัญญาพละ รองลงมาคือ ด้านสมาธิพละ ด้านศรัทธาพละด้านสติพละ และด้านวิริยะพละ ตามลำดับ 3) โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.41 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ S.D. = 0.46 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ด้านสติพละ ( = 4.47) รองลงมาคือ ด้านสมาธิพละ ด้านวิริยะพละ ด้านปัญญา และด้านที่มีการปฏิบัติอยู่ในลำดับสุดท้าย ได้แก่ ด้านศรัทธาพละ ในด้านการมีความสามารถในการปกครองตนเองของประชาชน ประชาชนมีบทบาททางการเมืองในท้องถิ่นมากขึ้น โดยเสริมสร้าง องค์ความรู้ และเครือข่ายทางการเมืองท้องถิ่น ซึ่งนำไปสู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นรูปแบบอื่น ๆ องค์ความรู้ที่ได้สังเคราะห์จากการวิจัย คือ การบูรณาการหลักพลธรรมเพื่อส่งเสริมจิตสำนึกการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลโพพระ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
พระมหาอภิวัชร์ อภิวชฺชโร, “การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อการเสริมสร้างภาวะผู้นําทางการเมือง ของผู้บริหารท้องถิ่นในจังหวัดเพชรบุรี”, วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม-สิงหาคม ๒๕๖๗) : ๑๑.
Taro Yamane, Statistics: An Introductory Analysis, 3rd Edition, Tokyo: Aoyama Gakuin
University, 1973, p. 726
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities.
Educational and Psychological Measurement, 30, 607–610
Miles, M. B., & Huberman, A. M. (1994). Qualitative Data Analysis: An Expanded Sourcebook (2nd ed.). Thousand Oaks, CA: Sage Publications
Patton, M. Q. (2002). Qualitative Research and Evaluation Methods (3rd ed.). Thousand Oaks,
CA: Sage Publications
Creswell, J. W. (2014). Research Design: Qualitative, Quantitative, and Mixed Methods Approaches (4th ed.). Thousand Oaks, CA: Sage Publications
Kerlinger, F. N. (1973). Foundations of Behavioral Research. New York: Holt, Rinehart and Winston
McMillan, J. H., & Schumacher, S. (2006). Research in Education: Evidence-Based Inquiry (6th ed.). Boston: Allyn & Bacon
Cohen, L., Manion, L., & Morrison, K. (2018). Research Methods in Education (8th ed.). New York: Routledge
Bryman, A. (2012). Social Research Methods (4th ed.). Oxford: Oxford University Press
Neuman, W. L. (2014). Social Research Methods: Qualitative and Quantitative Approaches (7th ed.). Harlow: Pearson Education Limited