การสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน ในการดำเนินงานของเทศบาลเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยแบบผสานวิธีครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) นำเสนอการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน โดยการประยุกต์หลักสาราณียธรรม 6 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จำนวน 393 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าเอฟ ด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการศึกษา พบว่า 1) ระดับการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก 2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนต่อการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยให้แก่ประชาชน โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคล ประกอบด้วย อายุ และระดับการศึกษาต่างกัน มีการสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3) การสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยการประยุกต์หลักสาราณียธรรม 6 ประกอบไปด้วย (1) เมตตากายกรรม ส่งเสริมการกระทำที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านสิทธิหน้าที่และส่งเสริมคุณธรรมทางการเมือง (2) เมตตาวจีกรรม ใช้คำพูดสร้างสรรค์ มีเหตุผล และมีเมตตา เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคมการเมือง (3) เมตตามโนกรรม ส่งเสริมการเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง มีจิตปรารถนาดีและร่วมมือพัฒนาชุมชนภายใต้กฎหมาย
(4) สาธารณโภคี มุ่งเน้นการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ใช้ทรัพยากรสาธารณะอย่างมีคุณค่าเพื่อประโยชน์ของชุมชน (5) สีลสามัญญตา ปลูกฝังความรับผิดชอบในหน้าที่ รักษาวินัย เคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น
(6) ทิฏฐิสามัญญตา เปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายเพื่อสร้างฉันทามติและทัศนคติที่ดีต่อกันในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จิตรกร ลออศรี. (2564). การสร้างจิตสำนึกทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของเยาวชนในเทศบาลเมืองอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. ใน (สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
โชคชัย ศรีรักษา และคณะ.(2566). การพัฒนาการส่งเสริมการปลูกฝังจิตสำนึกการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่เยาวชนจังหวัดลพบุรี. วารสาร มจร เพชรบุรีปริทรรศน์, 6(1), 231-245
เทศบาลเมืองเพชรบุรี. (2567). ข้อมูลพื้นฐาน. เรียกใช้เมื่อ 19 มิถุนายน 2567 จากhttp://www.phetchaburicity.go.th/home/index.php?option=com_content&view=article&id=273&Itemid=223
พระครูพิบูลย์ธรรมสถิต ฐิตสุโข (ยังบุญส่ง). (2561). การนำหลักสาราณียธรรม 6 ไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรเทศบาลตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา, 12(1), 110-121.
พระประเสริฐ เตชโก, อนุภูมิ โชวเกษม และสุรพล สุยะพรหม. (2565). การสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองในการตัดสินใจใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารนิสิตวัง, 24(2), 41-51.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2564). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 43. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาประเสริฐ สุเมโธ (เพชรศรี) และปิยวัฒน์ คงทรัพย์. (2559). สาราณียธรรม : หลักธรรมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย. วารสารวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 3(1), 28-29.
ภัทรพล คำผาลา และธีรภัทร์ ถิ่นแสนดี. แนวทางการบริหารงานบุคคลตามหลักสาราณียธรรม 6 ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารการบริหารการศึกษา มมร. วิทยาเขตร้อยเอ็ด. ปีที่ 3 ฉบับที่ 3 (กันยายน-ธันวาคม 2566) : 27-36.
สถาบันพระปกเกล้า. (2558). การเสริมสร้างจิตสำนึกทางการเมืองของประชาชนให้มีความเป็นพลเมืองเพื่อระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ : สถาบันพระปกเกล้า.
อุดม รัฐอมฤต. (2558). ความหมายและหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย. รายงานการอบรมหลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 3. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ : วิทยาลัยรัฐธรรมนูญ.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. Harper and Row Publications.