แนวทางพัฒนาทักษะมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 กลุ่มโรงเรียนบ้านกรวด 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นทักษะมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาวิธีพัฒนาทักษะมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางพัฒนาทักษะมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างการวิจัยที่เป็นครู จำนวน 112 คน วิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยด้วยสถิติการวิจัย ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในภาพรวมมีสภาพปัจจุบันอยู่ในระดับน้อย สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมาก เมื่อเรียงลำดับความสำคัญตามความต้องการความจำเป็น อันดับ 1 คือ การรู้จักตนเอง อันดับ 2 การเข้าใจสิ่งแวดล้อมที่ดี และอันดับ 3 การเข้าใจผู้อื่น 2) วิธีพัฒนาทักษะมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 (1) ธัมมัญญุตา (รู้เหตุ) วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและอารมณ์ของตนเองก่อนสั่งการ เพื่อลดการใช้อารมณ์ตัดสินและลดความขัดแย้ง (2) อัตถัญญุตา (รู้ผล) ตระหนักถึงผลกระทบจากคำพูดและการตัดสินใจ โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ของส่วนรวมและการพัฒนาองค์กรเป็นหลัก (3) อัตตัญญุตา (รู้จักตน) รู้ศักยภาพและข้อจำกัดของตนเอง ยอมรับฟังความเห็นต่าง และเปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วม (4) มัตตัญญุตา (รู้ประมาณ) ควบคุมอารมณ์และใช้อำนาจหน้าที่อย่างพอดี ไม่เกินขอบเขต เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่เคารพและเป็นธรรม (5) กาลัญญุตา (รู้กาล) เลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการสื่อสารหรือตักเตือน หลีกเลี่ยงช่วงเวลาตึงเครียดเพื่อลดแรงต้าน (6) ปริสัญญุตา (รู้จักชุมชน) เข้าใจบริบทของโรงเรียน ชุมชน และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อปรับวิธีบริหารให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม (7) ปุคคลัญญุตา (รู้จักบุคคล) เข้าใจความแตกต่างของบุคลากร ทั้งด้านความสามารถและบุคลิกภาพ เพื่อมอบหมายงานและดูแลได้อย่างเหมาะสมเป็นรายบุคคล 3) แนวทางพัฒนาทักษะมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 เป็นการประยุกต์หลักสัปปุริสธรรม 7 เพื่อพัฒนาทักษะมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบด้วย (1) ด้านรู้จักตนเอง มีสติ ควบคุมอารมณ์ รู้จุดแข็ง-จุดอ่อน เปิดใจรับฟัง และปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กร (2) ด้านเข้าใจผู้อื่น เข้าใจความแตกต่างของบุคคล ใส่ใจขวัญกำลังใจ ไม่ใช้อำนาจกดดัน และมอบหมายงานให้เหมาะสมกับคน (3) ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นแบบอย่างที่ดี เลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนนโยบาย และจัดบรรยากาศให้เอื้อต่อความสุขในการทำงานของทุกคน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
จีระพงษ์ คังคา. (2564). แนวทางการพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านมนุษยสัมพันธ์ ตามหลักพุทธบริหารการศึกษาของผู้บริหารสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ดาวรุวรรณ ถวิลการ. (2562). ศาสตร์และศิลป์ทางการบริหารการศึกษา. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
บุญธิดา แก้วทอง. (2565). แนวทางการเสริมสร้างมนุษยสัมพันธ์ของบุคลากรตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนประถมศึกษา อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ราชกิจจานุเบกษา.(2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542. มาตรา 6.
วิโรจน์ สารรัตนะและสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์. (2546). ผู้บริหาร ใหม่ในโรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 26(3), 6-13.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2562). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์. (2550). จิตวิทยาสำหรับนักบริหาร. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุกัญญา สมเพ็ชร์. (2567). ทักษะมนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราคำแหง.
Krejcie, R.V. and Morgan, D.W. (1970) Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(30), 607-610.
Muhammed and Sever Mustafa. (2020). School Principals and Human Relations = Okul Müdürü ve Insani Iliskiler. pegem Akademi. Educational Administration: Theory and Practice.