แนวทางพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของครูตามหลักอิทธิบาท 4 กลุ่มโรงเรียนสีกุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พระนครศรีอยุธยา เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของครู กลุ่มโรงเรียนสีกุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2 2) เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของครูตามหลักอิทธิบาท 4 กลุ่มโรงเรียนสีกุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของครูตามหลักอิทธิบาท 4 กลุ่มโรงเรียนสีกุก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2 ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมวิธี ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีประชากร คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลาการทางการศึกษา จำนวน 56 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม ใช้สถิติวิเคราะห์ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าความต้องการจำเป็น
การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 7 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสัมภาษณ์ และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของครู กลุ่มโรงเรียนสีกุก อันดับที่ 1 คือ ด้านการแก้ปัญหาด้วยเครื่องมือดิจิทัล อันดับที่ 2 คือ ด้านการใช้ดิจิทัล มีค่า อันดับที่ 3 คือ ด้านการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงดิจิทัล และอันดับที่ 4 คือ ด้านการเข้าใจดิจิทัล 2) วิธีการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของครู ตามหลักอิทธิบาท 4 กลุ่มโรงเรียนสีกุก ได้แก่ ด้านการแก้ปัญหาด้วยเครื่องมือดิจิทัล สร้างแรงจูงใจในการสร้างนวัตกรรม ส่งเสริมการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ พัฒนาสติในการใช้เทคโนโลยี และจัดระบบพี่เลี้ยงและชุมชนแห่งการเรียนรู้ ด้านการใช้ดิจิทัล สร้างความมั่นใจและยกย่องผลงานครู
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อการสอน ปลูกฝังความเข้าใจเทคโนโลยี และวางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบ ด้านการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงดิจิทัล เปลี่ยนทัศนคติต่อเทคโนโลยี พัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ใช้เทคโนโลยีด้วยจริยธรรมและสติ และจับคู่ครูรุ่นต่างๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล ด้านการเข้าใจดิจิทัล สร้างความตระหนักรู้ทันสื่อ เป็นแบบอย่างที่ดี ฝึกตรวจสอบข่าวจริงเท็จ ปลูกฝังสติและจริยธรรม และสร้างชุมชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ 3) แนวทางพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของครู ตามหลักอิทธิบาท 4 กลุ่มโรงเรียนสีกุก (1) ด้านการแก้ปัญหาด้วยเครื่องมือดิจิทัล ได้แก่ สร้างความมั่นใจให้กล้าใช้เทคโนโลยีด้วยแรงจูงใจ (ฉันทะ) ส่งเสริมการลงมือปฏิบัติเพื่อสร้างนวัตกรรม (วิริยะ) พัฒนาสติและคุณธรรมโดยยึดผู้เรียนเป็นหลัก (จิตตะ) พร้อมสร้างระบบพี่เลี้ยงและชุมชนแห่งการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนต่อเนื่อง (วิมังสา) (2) ด้านการใช้ดิจิทัล ได้แก่ เริ่มจากใช้โปรแกรมพื้นฐาน พร้อมยกย่องเชิดชูเกียรติ (ฉันทะ) จัดอบรมให้ครูลงมือสร้างสื่อตามระดับทักษะ (วิริยะ) ปลูกฝังทัศนคติการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์สื่อที่มีคุณธรรม (จิตตะ) และวางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบผ่านชุมชนวิชาชีพ (วิมังสา) (3) ด้านการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงดิจิทัล ได้แก่ ปรับกรอบคิดให้สนุกกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (ฉันทะ) พัฒนาทักษะและบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับหลักสูตร (วิริยะ) ใช้งานอย่างมีสติ พอดี และมีจริยธรรม (จิตตะ) ตลอดจนสร้างเครือข่ายกัลยาณมิตรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างวัย (วิมังสา) (4) ด้านการเข้าใจดิจิทัล ได้แก่ สร้างความตระหนักและเป็นแบบอย่างในการรับข้อมูล (ฉันทะ) ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์แหล่งที่มาและตรวจสอบข้อเท็จจริง (วิริยะ) ปลูกฝังสติเพื่อกลั่นกรองข่าวปลอม (จิตตะ) พร้อมใช้ปัญญาประเมินทักษะและสร้างชุมชนแลกเปลี่ยนความรู้ (วิมังสา)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2553 (ฉบับที่ 3). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์. (2563). ทักษะดิจิทัลของครูในยุค New Normal. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 19(2), 44-45.
พจนีย์ มั่งคั่ง และกัญภร เอี่ยมพญา. (2563). แนวทางการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ของครูโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทราเขต 1. วารสารมนุษยสังคมปริทัศน์, 22(1), 116-117.
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2538). พุทธธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ). (2544). พ่อรักลูกโดยเฉพาะ. กรุงเทพมหานคร: เยลโล่การพิมพ์ (1988).
ภัทราพร เยาวรัตน์. (2565). การศึกษาสมรรถนะและแนวทางการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครูในสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1. การค้นคว้าอิสระศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
รัตนะ ปัญญาภา. (2560). การพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของครูในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 18(1), 22–23.
สมศักดิ์ เอี่ยมดี. (2561). การศึกษาสภาพและความต้องการในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูระดับมัธยมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 12(1), 38-52.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2. (2567). รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. พระนครศรีอยุธยา: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). กรอบสมรรถนะด้านดิจิทัลสำหรับพลเมืองไทย. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ. 2561-2580 (ฉบับย่อ). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
อมรรัตน์ ดอนพิลา. (2566). แนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามุกดาหาร. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
Ferrari, A. (2018). DIGCOMP: A Framework for Developing and Understanding Digital Competence in Europe. JRC Scientific and Policy Reports: Publications Office of the European Union.
Redecker, C. and Punie. Y. (2017). European Framework for the Digital Competence of Educators. Y. Punie, Ed.: Publications Office of the European Union.