ความต้องการของสถานประกอบการต่อสมรรถนะนักศึกษาเพื่อการเตรียมความพร้อมก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพ กรณีศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความต้องการสมรรถนะของสถานประกอบการต่อการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตามกรอบสมรรถนะบูรณาการ S/D/F/P 2) เปรียบเทียบความแตกต่างของระดับความต้องการสมรรถนะตามลักษณะของสถานประกอบการ และ 3) สังเคราะห์แนวทางเชิงระบบสำหรับการพัฒนาความพร้อมก่อนฝึกงานของนักศึกษา การวิจัยใช้รูปแบบเชิงปริมาณแบบสำรวจภาคตัดขวาง เสริมด้วยข้อมูลเชิงคุณภาพจากคำถามปลายเปิด กลุ่มตัวอย่าง คือ
สถานประกอบการที่เคยรับนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จำนวน 146 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับตามกรอบสมรรถนะบูรณาการ S/D/F/P และเทคนิค MoSCoW วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่ม และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สถานประกอบการมีความต้องการสมรรถนะของนักศึกษาตามกรอบสมรรถนะบูรณาการ S/D/F/P โดยรวมอยู่ในระดับสำคัญมาก โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณลักษณะส่วนบุคคลหลัก (P_core) รองลงมา คือ ทักษะสังคมและอารมณ์ ส่วนทักษะดิจิทัลและทักษะเชิงหน้าที่อยู่ในระดับสำคัญมากเช่นกัน และผลการจัดลำดับความจำเป็นด้วยเทคนิค MoSCoW ระบุสมรรถนะ Must-have อย่างเด่นชัด 2 รายการ ได้แก่ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความรับผิดชอบต่องาน 2) ประเภทธุรกิจไม่สัมพันธ์กับความแตกต่างของระดับความต้องการสมรรถนะโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่ขนาดองค์กรมีความสัมพันธ์กับความแตกต่างของความต้องการสมรรถนะด้านทักษะสังคมและอารมณ์ และด้านทักษะดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ 3) ผู้วิจัยได้สังเคราะห์ RMUTT Pre-Internship Readiness Framework ซึ่งเป็นแนวทางเชิงระบบสำหรับการเตรียมความพร้อมนักศึกษาก่อนฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 4 ระยะ ได้แก่ การสร้างสมรรถนะแกนกลางที่ต้องมี การปรับฐานสู่การปฏิบัติจริง การบูรณาการทักษะอนาคต และการพัฒนาความพร้อมด้านอาชีพและกรอบความคิด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการออกแบบหลักสูตร กิจกรรม การประเมิน และความร่วมมือกับสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
เปรมสิรี สุขปรีเปรม และไพโรจน์ พิภพเอกสิทธิ์. (2567). ความต้องการ ความคาดหวังและความพึงพอใจของสถานประกอบการที่มีต่อการปฏิบัติงานของนักศึกษาสหกิจศึกษาและนักศึกษาฝึกงาน สาขาวิชาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมและการค้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(2), 770-788.
พิริยะ ผลพิรุฬห์, เดือนฉาย กองเงิน และกชชญาณ์ เถาลัดดา. (2559). ความไม่สอดคล้องทางการศึกษาและผลกระทบต่อตลาดแรงงานไทย. วารสารพัฒนาการเศรษฐกิจปริทรรศน์, 10(2), 118-150.
ศิริพร เจริญศรีวิริยะกุล. (2564). ความคาดหวังของสถานประกอบการที่มีต่อคุณลักษณะของนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
Becker, G. S. (1964). Human capital: A theoretical and empirical analysis, with special reference to education. New York: Columbia University Press.
Cascio, J. (2020). Facing the age of chaos. Form https://medium.com/@cascio/facing-the-age-of-chaos-b00687b1f51d Retrieved July 11, 2026.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs: Prentice-Hall.
Lamri, J. and Lubart, T. (2023). Reconciling hard skills and soft skills in a common framework: The generic skills component approach. Journal of Intelligence, 11(6), 107.
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for "intelligence." American Psychologist, 28(1), 1-14.
Md Pazil, A. H. and Che Razak, R. (2019). Perspectives of Asian employers on graduates’ soft skills: A systematic review. Universal Journal of Educational Research, 7(11), 2397-2405.
Rowe, A. D. and Zegwaard, K. E. (2017). Developing graduate employability skills and attributes: Curriculum enhancement through work-integrated learning. Asia-Pacific Journal of Cooperative Education, 18(2), 87-99.
Weigel, T. M., Mulder, M. and Collins, K. M. (2007). The concept of competence in the development of vocational education and training in selected EU member states. Journal of Vocational Education and Training, 59(1), 53-66.
World Economic Forum. (2025). The Future of Jobs Report 2025. Geneva: World Economic Forum.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. 3rd ed. New York: Harper and Row.
Yorke, M. (2006). Employability in higher education: What it is – what it is not. York: The Higher Education Academy.