แนวทางการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมตามหลักอริยสัจ 4 กลุ่มโรงเรียนบ้านกรวด 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2

Main Article Content

อัครวิทย์ โพธิ์ไทร
ประวิทย์ ชัยสุข
พระมหาญาณวัฒน์ ฐิตวฑฺฒโน

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม 2) เพื่อศึกษาวิธีการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมตามหลักอริยสัจ 4 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมตามหลักอริยสัจ 4 เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่เป็นครู จำนวน 112 คน วิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยด้วยสถิติพื้นฐานได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) วิธีการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมตามหลักอริยสัจ 4 โดยประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ 4 เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา ประกอบด้วย (1) ทุกข์ สภาพปัญหา ผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ยังไม่ได้รับการบริการหรือการดูแลที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล (2) สมุทัย เงื่อนไขที่ต้องแก้ไข การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง (3) นิโรธ เป้าหมาย การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมมีความเสมอภาคและมีคุณภาพ (4) มรรค แนวทางปฏิบัติ เริ่มต้นจากการรับฟังปัญหาและความต้องการของครู ผู้ปกครอง และชุมชน พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการเรียนรวมระดับกลุ่มโรงเรียนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ 3) แนวทางการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมตามหลักอริยสัจ 4 ประกอบด้วย (1) การมีส่วนร่วม การศึกษาแบบเรียนรวมจะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และบุคลากรทางการศึกษา (2) รูปแบบการจัดการเรียนการสอน ใช้รูปแบบคละระดับชั้นในห้องเรียนเดียวกัน โดยมีครู 1 คนเป็นผู้ออกแบบและจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละกลุ่ม (3) การยืดหยุ่นเพื่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้มีความสามารถที่แตกต่างกัน ครูจึงต้องปรับเปลี่ยนเนื้อหา วิธีการสอน และเครื่องมือสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม (4) เป้าหมายการนำไปใช้ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถนำแนวทางนี้และการใช้โครงสร้างซีท/SEAT ไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนแกนนำ เพื่อบริหารจัดการเรียนร่วมระหว่างเด็กปกติและเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โพธิ์ไทร อ., ชัยสุข ป., & ฐิตวฑฺฒโน พ. (2026). แนวทางการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมตามหลักอริยสัจ 4 กลุ่มโรงเรียนบ้านกรวด 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์, 7(3), 82–93. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JOB_EHS/article/view/305038
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิจสุพัฒ บังวรรณ. (2566). การพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรวมด้วยกิจกรรมเสริมหลักสูตร : ห้องเรียนเสมอภาค เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะพลเมืองเข้มแข็ง สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ญาณวรุตม์ ติระพัฒน์. (2564). การจัดการเรียนรวมของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

เตือนจิต มูลอินทร์. (2562). การพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม สำ หรับสถานศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

นงค์รักษ์ เคนไชยวงศ์. (2562). กลยุทธ์การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมอย่างมีประสิทธิผลสำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาการศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

พระครูปลัดศักดิ์ มหาวีโร (โกศลสุภวัฒน์). (2563). รูปแบบการจัดการเรียนการสอนตามหลักอริยสัจ 4 สำหรับนักเรียนประถมศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2543). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พิชญ์สินี เลิศวิริยานันต์. (2564). การนำหลักอริยสัจ 4 มาใช้ในการจัดการเรียนรู้แบบเรียนรวม. วารสารครุศาสตร์ศึกษา, 12(1), 45–60.

ภาวิณี เทมียโก. (2563). การพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษาเรียนรวมสำหรับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. (2542). รัตนพินิจนิทิศการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์. (2545). ทฤษฎีการเรียนรู้และการพัฒนาทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Abbas, F., Zafar. A. and T. Naz. (2016). Footstep towards Inclusive Education. Journal of Education and Practice, 7(1), 35.

Buysse, V., Wesley, P. and L. Keyes. (1998). Implementing early childhood inclusion: Barrier and support factors. Early Childhood Research Quarterly, 13(1), 69-84.

Conbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.

Krejcie, R.V. and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

Kuyini, A.B. and I. Desai. (2009). Providing Instruction to Students with Special Needs in Inclusive Classrooms in Ghana: Issues and Challenges. International Journal of Whole Schooling, 4(1), 22-38.

Likert, R. (1967). Management styles and the human component. New York: Amacom.

Melanie Nind and Shereen Benjamin. (2004). Methodological Challenges in Researching Inclusive School Culture. Education review, 56(3), 259-270.

Miller, Susan C. (2006). Improvement of Special Needs Students on the Mathematics Massachusetts Comprehensive Assessment System (MCAS): Perceptions of Secondary Mathematics Teachers and Administrators SK Miller-Cochran. RL Rodrigo Computers and Composition, 23(1), 91-107.