แนวทางพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียนตามหลักอริยสัจ 4 สำหรับครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล กลุ่มโรงเรียนบูรพาบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียนสำหรับครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล 2) เพื่อศึกษาวิธีพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียนตามหลักอริยสัจ 4 สำหรับครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล 3) เพื่อเสนอแนวทางพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียนตามหลักอริยสัจ 4 สำหรับครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามประชากรทั้งหมดในการวิจัย จำนวน 150 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียนสำหรับครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัลในภาพรวมและรายด้านทั้ง 3 ด้านอยู่ในระดับมาก 2) วิธีการพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียนตามหลักอริยสัจ 4 สำหรับครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล ครอบคลุม 3 ด้าน (สภาพการทำวิจัย กระบวนการ และความต้องการพัฒนา) โดยบูรณาการดังนี้ (1) ทุกข์ ปัญหาครูขาดทักษะและความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (2) สมุทัย สาเหตุจากการขาดการอบรม การนิเทศ และเครื่องมือที่เหมาะสม (3) นิโรธ เป้าหมายการส่งเสริมให้ครูใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาผู้เรียน (4) มรรค แนวทางปฏิบัติผ่านการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการและจัดทำคู่มือการวิจัยที่ใช้งานง่ายเพื่อพัฒนาศักยภาพครูอย่างเป็นรูปธรรม และ 3) แนวทางการพัฒนางานวิจัยในชั้นเรียนตามหลักอริยสัจ 4 สำหรับครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล ประกอบด้วย (1) ทุกข์ (ปัญหา) ครูขาดทักษะและความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้งานวิจัยไม่ตอบโจทย์ปัญหาของผู้เรียนยุคใหม่ (2) สมุทัย (สาเหตุ) ขาดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ขาดการนิเทศ ขาดแบบฟอร์มที่ชัดเจน และขาดการสนับสนุนจากผู้บริหารและเครือข่าย (3) นิโรธ (เป้าหมาย) ครูสามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลในการทำวิจัยได้อย่างเป็นระบบและมั่นใจ เพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอนได้จริง และ (4) มรรค (แนวทางปฏิบัติ) จัดอบรมการใช้สื่อดิจิทัล พัฒนาแพลตฟอร์มและแบบฟอร์มวิจัยที่ใช้งานง่าย สร้างเครือข่ายครูวิจัย (PLC) สนับสนุนงบประมาณจากผู้บริหาร และส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กัญญ์กุลณัช ศิริเวชมงคล, ปิยาพัชญ์ นิธิศอัครานนท์ และชวนคิด มะเสนะ. (2568). แนวทางการพัฒนาครูเพื่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกยุคดิจิทัลของโรงเรียนประถมศึกษา. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 7(2), 1–15.
จตุรพร คงสวัสดิ์. (2567). การพัฒนาระบบสนับสนุนการทำวิจัยในชั้นเรียนบนแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับครูประถมศึกษา. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 19(1), 45–60.
ชลธิชา รัตนจันทร์. (2565). ความต้องการพัฒนาทักษะการวิจัยในชั้นเรียนของครูประถมศึกษาในยุคดิจิทัล. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
ทศพร บุญครุฑ และธีระวัฒน์ มอนไธสง. (2568). แนวทางพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการชั้นเรียนของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 วารสารมณีเชษฐาราม, 8(4), 201-218.
นุชนาถ อ่อนแสง. (2565). ปัญหาและความต้องการพัฒนาการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูในยุคดิจิทัล. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษา, 15(1), 55–68.
ผ่องพรรณ ตรัยมงคลกูล. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการทำวิจัยของครูในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 9(2), 120–133.
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พิเชษฐ์ อ่อนสุวรรณ. (2560). แนวทางการทำการวิจัยในชั้นเรียนตามหลักอริยสัจ 4 สำหรับครูประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 2. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยงยุทธ อายุสุข (2549). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็นเพื่อพัฒนาการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครู. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุธน ศรีศักดิ์บางเตย. (2560). แนวทางพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในโรงเรียนพระแท่นดงรังวิทยาคาร. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อภิรดี จันทร์ลอย. (2561). แนวทางการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนตามหลักอริยสัจ 4 ในโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อภิสรรค์ ภาชนะวรรณ และเสริมทรัพย์ วรปัญญา. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับโรงเรียนประถมศึกษาในประเทศไทย. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 10(5), 2023–2036.
อารยา ศรีประเสริฐ. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาทักษะการวิจัยเชิงดิจิทัลของครูประถมศึกษา, วารสารการวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 12(3), 45–62.