แนวทางการพัฒนามนุษย์สัมพันธ์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของครูกลุ่มโรงเรียนวชิรปราการ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการพัฒนามนุษย์สัมพันธ์ของครู 2) เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนามนุษย์สัมพันธ์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนามนุษย์สัมพันธ์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณด้วยการใช้แบบสอบถามประชากรทั้งหมดในการวิจัย จำนวน 108 คน สถิติวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการพัฒนามนุษย์สัมพันธ์ของครูในภาพรวมและรายด้านทั้ง 4 ด้านอยู่ในระดับมาก 2) วิธีการพัฒนามนุษย์สัมพันธ์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ดังนี้ (1) ด้านการเข้าใจตนเอง (ตระหนักในอารมณ์และทัศนคติของตน) ควรเริ่มต้นจากการสำรวจทัศนคติของตนเองเพื่อปฏิบัติต่อนักเรียนทุกคนอย่างยุติธรรมและใช้การสื่อสารเชิงบวกที่สร้างสรรค์เพื่อลดความขัดแย้ง (2) ด้านการเข้าใจผู้อื่น (รับฟังและเห็นอกเห็นใจ) ควรแสดงความใส่ใจโดยการจดจำชื่อนักเรียน รับฟังปัญหาและความคิดเห็นจากทั้งนักเรียน เพื่อนร่วมงานและผู้ปกครองด้วยความเห็นอกเห็นใจและให้เกียรติในความแตกต่างของแต่ละบุคคล (3) ด้านการเข้าใจสภาพแวดล้อมที่ดี (สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้) ควรสร้างบรรยากาศในห้องเรียนที่ปลอดภัยและเป็นกันเอง และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของโรงเรียนเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและความสามัคคีและ (4) ด้านความไว้วางใจ (สร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ที่มั่นคง) ควรสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ การให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานและการเป็นที่พึ่งที่ปลอดภัยให้นักเรียนสามารถปรึกษาปัญหาได้ และ 3) แนวทางการพัฒนามนุษย์สัมพันธ์ตามหลักสังคหวัตถุ 4 ประกอบด้วย (1) ด้านการเข้าใจตนเอง (ปิยวาจา) เน้นการสื่อสารเชิงบวกและให้กำลังใจผู้อื่น (2) ด้านการเข้าใจผู้อื่น (อัตถจริยา) เน้นการช่วยเหลือและทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม (3) ด้านการเข้าใจสภาพแวดล้อมที่ดี (ทาน) เน้นการแบ่งปันความรู้และน้ำใจเพื่อสร้างองค์กรที่เอื้อเฟื้อ และ (4) ด้านความไว้วางใจ (สมานัตตตา) เน้นการปฏิบัติตนอย่างเสมอภาคและให้เกียรติกันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
จิตรา ดุษฎีเมธา. (2561). พฤติกรรมองค์การและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพมหานคร: พิมพ์ดี.
ทศพร ไชยชนะ. (2548). การบริหารงานด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนตามความคิดเห็นของ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในโรงเรียน สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
ธีรวัชร แสงจง, โอฬาร กาญจนากาศ และพรหมพิริยะ พนาสนธิ์. (2562). การศึกษามนุษยสัมพันธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 10(3), 118.
ปรีชา บุญยัง. (2556). แนวทางการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนของโรงเรียนมัธยมศึกษา ในอำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
พระครูบุญญสารโสภิต (เหล็กอยู่). (2555). การศึกษาหลักสังคหวัตถุ 4 ที่หัตถกคหบดีนำไปใช้ในพระสุตตันตปิฎก. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ราชันย์ ธงชัย. (2551). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการในการลงบัญชีทหารกองเกินตามแนวสังคหวัตถุ 4 ของหน่วยงานสัสดีอำเภอเมือง จังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วิภาดา ไชยวรรณ. (2562). มนุษยสัมพันธ์กับการบริหารในศตวรรษที่ 31. วารสารครุศาสตร์. 47(3). 133.
ศิริพร สุขเกษม. (2564). บทบาทของครูกับการสร้างมนุษยสัมพันธ์ในโรงเรียนยุคใหม่. วารสารวิชาการครูไทย. 9(1).43.
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสน วาสโน). (2538). สังคหวัตถุ 4. กรุงเทพมหานคร: มหามกุฏราชวิทยาลัย.
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสน วาสโน). (2560). แนวทางการบริหารกิจการคณะสงฆ์ด้วยหลักสังคหวัตถุของพระสังฆาธิการ. กรุงเทพมหานคร: มหามกุฏราชวิทยาลัย.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
อำนวย เดชชัยศรี และสุทธิพงษ์ ศรีวิชัย. (2560). ทักษะการบริหารมนุษยสัมพันธ์ตามแนวพุทธ. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 4(1), 49-64.