แนวทางพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารในยุคดิจิทัลตามหลักพุทธลีลาการสอน ของครูโรงเรียนประถมศึกษากลุ่มศรีเมืองระยอง จังหวัดระยอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็นทักษะด้านการสื่อสารในยุคดิจิทัล 2) ศึกษาวิธีพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารในยุคดิจิทัลตามหลักพุทธลีลาการสอน 3) เพื่อเสนอแนวทางพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารในยุคดิจิทัลตามหลักพุทธลีลาการสอน เป็นงานวิจัยแบบผสมวิธีโดยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างการวิจัย จำนวน 251 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน คือ ค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าความต้องการจำเป็น และการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจำเป็นของทักษะด้านการสื่อสารในยุคดิจิทัลของครู อันดับที่ 1 ด้านทักษะการเขียน รองลงมา ด้านทักษะการอ่าน ด้านทักษะการพูด ด้านทักษะการฟัง ตามลำดับ 2) วิธีพัฒนาทักษะการสื่อสารในยุคดิจิทัลตามหลักพุทธลีลาการสอนเป็นการบูรณาการสื่อดั้งเดิมและสื่อดิจิทัลเข้ากับหลักพุทธลีลา 4 ประการ ได้แก่ (1) สันทัสสนา (อธิบายแจ่มแจ้งชัดเจน) (2) สมาทปนา (ชักชวนให้ปฏิบัติ) (3) สมุตเตชนา (เร้าพลังให้กำลังใจ) (4) สัมปหังสนา (สร้างบรรยากาศร่าเริง) โดยครูทำหน้าที่เป็นแบบอย่างในการสื่อสารที่เข้าใจง่าย สร้างสรรค์ และมีเมตตา ซึ่งแนวทางนี้ช่วยพัฒนาทั้งองค์ความรู้ ทักษะดิจิทัล ทักษะชีวิต และจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมของผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน และ 3) แนวทางการพัฒนาทักษะการสื่อสารในยุคดิจิทัลตามหลักพุทธลีลาการสอนของครูประถมศึกษากลุ่มศรีเมืองระยอง ครอบคลุม 4 ทักษะ (ฟัง อ่าน พูด เขียน) โดยบูรณาการดังนี้ (1) สันทัสสนา ใช้ภาษาที่กระชับและสื่อมัลติมีเดียเพื่ออธิบายเนื้อหาให้ชัดเจน (2) สมาทปนา จัดกิจกรรมเชิงรุกผ่านเครื่องมือดิจิทัลเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนกล้าสื่อสารและลงมือปฏิบัติ (3) สมุตเตชนา เสริมแรงเชิงบวกด้วยคำชมและรางวัลออนไลน์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และ (4) สัมปหังสนา สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและผ่อนคลายผ่านเกมและสื่อโต้ตอบ เพื่อให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กรองทิพย์ นาควิเชตร. (2560) ชุมชนแห่งการเรียนรู้:คนอุดมศึกษาสุจริตคิดชอบ. วารสารสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย, 23(2), 67-69.
จิราภรณ์ สมุทรไทย. (2562). เครือข่ายการเรียนรู้ออนไลน์เกี่ยวกับทักษะการสื่อสารเพื่อการเข้าทำงานของผู้เริ่มทำงานในจังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
ชัยวัฒน์ คุประตกุล. (2549).การศึกษาในแนวพุทธ. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิโกมลคีมทอง.
ประวิทย์ ชัยสุข, ระวิง เรืองสังข์ และเกษม แสงนนท์. (2566). กลยุทธ์การสื่อสารองค์กรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในยุคดิสรัปชั่น. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์, 4(2), 164–173.
พระภัทรชัยญกรณ์ ขนฺติยุตฺโต (อูดสวย). (2566). รูปแบบการเสริมสร้างทักษะการสอนของครูในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตามหลักพุทธธรรม. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาวิจัก กิตฺติวณฺโณ (ชนะพจน์). (2562). รูปแบบการพัฒนาทักษะการสอนของพระสอนศีลธรรม ตามหลักพุทธวิธีการสอนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วราพร ดำจับ. (2568). การสื่อสารในยุคดิจิทัล. วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี, 3(1), 46-47.
วีระชัย จิวะชาติ. (2568). แนวทางการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาแนวใหม่. แหล่งที่มา https://www.gotoknow.org สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2568.
สมยศ นาวีการ. (2546). การบริหารและพฤติกรรมองค์การ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์บรรณกิจ.
สาธิต วิมลคุณารักษ์ และ ประยงค์ เนาวบุตร. (2546). ประสบการณ์วิชาชีพประกาศนียบัตรบัณฑิตทางการบริหารการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
KCT ACADEMY. (2568). เทคนิคการสื่อสารในที่ทำงานยุคดิจิทัล. แหล่งที่มา https://kctathailand.com/digital-communication-techniques-in-workplace/ สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2568.
Christina Steffen. (2016). Constructivist Design and Evaluation of Interactive Educational. Reseach Gate Journal, 5(1), 6.
Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.