ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี

Main Article Content

ปิยวัฒน์ ฤทธิ์มาก
วิสุทธิ์ วิจิตรพัชราภรณ์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาระดับสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 3) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ครู ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี จำนวน 320 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย ตามสัดส่วนประชากรครูแต่ละโรงเรียน เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นที่ .973 นำผลที่ได้จากการตอแบบสอบถาม มาวิเคราะห์โดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานด้วยการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน


ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 2) ระดับสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก และ 3) ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี สามารถพยากรณ์ตัวแปรสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ได้ร้อยละ 42.80 โดยภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 พยากรณ์ได้ 2 ด้าน คือ ด้านสมรรถนะดิจิทัล และด้านการสื่อสารดิจิทัล ตามลำดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฤทธิ์มาก ป., & วิจิตรพัชราภรณ์ ว. (2026). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์, 7(2), 113–124. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JOB_EHS/article/view/298243
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชวัลวิทย์ พิณเขียว. (2568). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุง. วารสารเสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 5(1), 432-443.

ชวัลวิทย์ พิณเขียว. (2568). ภาวะผู้นำดิจิทัลที่ส่งผลต่อสมรรถนะครูในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุง. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

นลกช เกตุพลสังข์ โสภนา สุดสมบูรณ์ และสุทธิวรรณ ตันติรจนาวงศ์. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเป็นองค์กรดิจิทัลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุง. วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน, 6(1), 47-59.

นุสบา เหง่าศรี. (2566). แนวทางการพัฒนาความสามารถด้านดิจิทัลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

เบญจรัตน์ ลาคำ และจารุวรรณ นาตัน. (2568). ศึกษาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2. วารสารวิชาการ มจร. จังหวัดบุรีรัมย์,10(2), 254-269.

สมกิตติ์ บุญยะโพธิ์ สุรินทร์ สำลี และสง่า จันทร์วิเศษ. (2568). ภาวะผู้นำการดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3. วารสารสหศาสตร์การพัฒนาสังคม, 3(4), 14-29.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. (2568). ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา ปีการศึกษา 2568. นนทบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. (2568). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. นนทบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ. (2568). ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ.

สุนันทา กุศลประเสริฐ. (2565). การวิเคราะห์องค์ประกอบสมรรถนะดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดพิษณุโลก. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

อนุพงษ์ กิคอม และประมุข ชูสอน. (2567). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ที่ส่งผลต่อครูนวัตกร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 7(22), 91-102.

Darling-Hammond, S. (2023). Fostering belonging, transforming schools: The impact of restorative practices [Brief]. From https://learningpolicyinstitute.org/product/impact-restorative-practices-brief Retrieved January 2, 2026.

Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.