แนวทางพัฒนาทักษะความเป็นครูมืออาชีพในยุคดิจิทัลตามหลักสัทธรรม 3 ของครูโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

Main Article Content

ภาวินี เกตุศรี
สุทิศ สวัสดี
วารี โศกเตี้ย

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพทักษะความเป็นครูมืออาชีพในยุคดิจิทัล 2) เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาทักษะความเป็นครูมืออาชีพในยุคดิจิทัลตามหลักสัทธรรม 3 และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาทักษะความเป็นครูมืออาชีพในยุคดิจิทัลตามหลักสัทธรรม 3 ของครูโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี โดยใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างที่เป็นครู จำนวน 186 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 ท่าน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา


ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพทักษะความเป็นครูมืออาชีพในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาโดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 2) วิธีการพัฒนาทักษะครูมืออาชีพในยุคดิจิทัลตามหลักสัทธรรม 3 ประกอบด้วย (1) ปริยัติ (การศึกษาเรียนรู้) มุ่งเน้นให้ครูมีความรู้พื้นฐาน ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมการสอน รวมถึงเข้าใจเรื่องความปลอดภัยและจริยธรรมทางไซเบอร์ (2) ปฏิบัติ (การลงมือทำ) เน้นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ครูสามารถออกแบบและประยุกต์ใช้สื่อดิจิทัลในการสอนจริงได้อย่างมีความรับผิดชอบ (3) ปฏิเวธ (การสะท้อนผลและต่อยอด) การประเมินผลการใช้เทคโนโลยีนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันและต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการสอนอย่างยั่งยืน และ 3) แนวทางการพัฒนาทักษะครูมืออาชีพในยุคดิจิทัลตามหลักสัทธรรม 3 (1) ปริยัติ (การส่งเสริมด้านความรู้) พัฒนาครูให้มีความรู้เรื่องความปลอดภัยและจริยธรรมดิจิทัล ส่งเสริมแนวคิดการใช้เทคโนโลยีเพื่อการสอนอย่างสร้างสรรค์ จัดทำหลักสูตรหรือคู่มือที่บูรณาการทั้งความรู้ทางวิชาการและความรับผิดชอบต่อสังคม (2) ปฏิบัติ (การส่งเสริมด้านการลงมือทำ) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ครูได้ฝึกใช้สื่อและเครื่องมือดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้นำเทคโนโลยีไปใช้สอนจริงโดยคำนึงถึงคุณธรรมและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้เรียนเป็นสำคัญ
(3) ปฏิเวธ (การส่งเสริมด้านการสะท้อนผลและต่อยอด) เปิดพื้นที่ให้ครูได้สะท้อนผลการทำงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ สนับสนุนการนำข้อค้นพบไปปรับปรุงการสอน และต่อยอดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับผู้เรียนอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เกตุศรี ภ. ., สวัสดี ส. ., & โศกเตี้ย ว. . (2026). แนวทางพัฒนาทักษะความเป็นครูมืออาชีพในยุคดิจิทัลตามหลักสัทธรรม 3 ของครูโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์, 7(1), 10–22. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JOB_EHS/article/view/298141
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2564) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2553. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

ชนาธิป พรกุล. (2561). กระบวนการสร้างความรู้ของครู กรณีการสอนบูรณาการ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นรีกานต์ ทำมาน. (2564). สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์และแนวทางพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1. วารสารรัชต์ภาคย์, 15(42), 189-203.

พนิดา บุนะจินดา. (2567). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในคลื่นความเปลี่ยนแปลงใหม่ตามหลักสัทธรรม. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(4), 1-2.

พระครูใบฎีกาอภิชาติ ธมฺมสุทฺโธ. (2563). แนวทางการพัฒนาทักษะความเป็นครูสังคมวิชาชีพ ในศตวรรษที่ 21. วิทนานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พิทักษ์ พลคชา. (2567). การพัฒนาการส่งเสริมครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการจัดการเรียนการสอนแบบNew Normal. วารสารราชนครินทร์, 21(2), 1-10.

มาลินี สวยค้าข้าว. (2568). หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา:ครองตน ครองคน ครองงาน. แหล่งที่มา https://www.onab.go.th/th/file/get/filepdf สืบค้นเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2568.

วราพินทร์ ชาววิวัฒน์. (2565). แนวทางการส่งเสริมทักษะดิจิทัลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 การค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2564). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 38. กรุงเทพมหานคร: สนิทตันติวัฒน์พานิช.

สุกัญญา แช่มช้อย. (2565). การบริหารวิชาการที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคพลิกผัน.กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.