การบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนโสตศึกษายุคดิจิทัลตามหลักสัมมัปปธาน 4 สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนโสตศึกษายุคดิจิทัล 2) เพื่อหาแนวทางการบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนโสตศึกษายุคดิจิทัลตามหลักสัมมัปธาน 4 และ 3) ประเมินแนวทางการบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนโสตศึกษายุคดิจิทัลตามหลักสัมมัปธาน 4 เป็นการวิจัยแบบผสมวิธีแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพการบริหารความเสี่ยงโดยการวิจัยเชิงคุณปริมาณใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลประชากรที่เป็นผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 126 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระยะที่ 2 การหาแนวทางการบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนโสตศึกษายุคดิจิทัลตามหลักสัมมัปธาน 4 ใช้การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และระยะที่ 3 การประเมินแนวทางการบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนโสตศึกษายุคดิจิทัลตามหลักสัมมัปธาน 4 การใช้แบบประเมินกับผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 15 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนโสตศึกษายุคดิจิทัลในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านอยู่ในระดับมากทั้ง 4 ด้าน คือ ความเสี่ยงด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ตามลำดับ 2) แนวทางการบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนโสตศึกษายุคดิจิทัล ตามหลักสัมมัปธาน 4 สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ประกอบด้วย (1) ด้านกลยุทธ์ มุ่งเน้นการป้องกันความเสี่ยงจากการขาดการมีส่วนร่วม โดยการนำแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รองรับภาษามือและคำบรรยายแทนเสียงมาใช้ในการประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย พร้อมทั้งศึกษาต้นแบบ กำหนดตัวชี้วัด และวางระบบติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง (2) ด้านการปฏิบัติงาน เน้นการป้องกันความคลาดเคลื่อนในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยจัดหาซอฟต์แวร์ที่มีความปลอดภัยและตรวจสอบได้ ควบคู่กับการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร จัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน และวางมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อรักษาคุณภาพข้อมูล (3) ด้านการเงิน ให้ความสำคัญกับการวางแผนงบประมาณด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ชัดเจน เลือกใช้เครื่องมือบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้งานง่าย รวมถึงมีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานและการบำรุงรักษาระบบให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ (4) ด้านกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการกำกับติดตามและควบคุมภายใน อาทิ ระบบสแกนลายนิ้วมือและกล้องวงจรปิดออนไลน์ โดยมีการอบรมการใช้งาน ปรับปรุงกระบวนการให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และดูแลรักษาเครื่องมือให้พร้อมใช้งาน และ 3) ผลการประเมินแนวทางการบริหารความเสี่ยงของโรงเรียนโสตศึกษายุคดิจิทัลตามหลักสัมมัปปธาน 4 พบว่า มีความถูกต้องอยู่ในระดับมาก ความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก ความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และมีความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
ณิรดา เวชญาลักษณ์. (2566). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดพิษโลก. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 18(1), 45-58.
ธนกฤต จันทร์เพ็ญ. (2556). เทคโนโลยีสารสนเทศกับการบริหารกลยุทธ์สถานศึกษา. วารสารครุศาสตร์, 41(2), 101–115.
ธัญญูภัสร์ วีรลักษณีภรณ์, จิรศักดิ์ สุรังคพิพรรธน์ และทนง ทองภูเศรี. (2567). การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 7(5), 1215 - 1216.
นฤมล บินหะยีอาวัง. (2553). ความคิดเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
นฤมล อุทัย. (2564). การใช้ซอฟต์แวร์บัญชีดิจิทัลในการบริหารงบประมาณสถานศึกษา. วารสารบริหารการศึกษา, 12(1), 77–90.
นิตยา กรุพิมาย และคณะ. (2567). แนวทางการบริหารความเสี่ยงด้านงบประมาณของสถานศึกษายุคดิจิทัลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 9(3), 776-786.
พรพรรณ งามโรจน์. (2566). แนวทางการจัดการความเสี่ยงในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วชิระ บุญสาร. (2564). แนวทางการพัฒนาความเป็นองค์กรดิจิทัลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. การศึกษาค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วุฒิชัย แสงมณี. (2565). แพลตฟอร์มดิจิทัลกับการบริหารความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานในโรงเรียน. วารสารการจัดการศึกษา, 10(1), 65–80.
สมชาย พูนสวัสดิ์. (2564). การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารความเสี่ยงด้านกฎหมายและความปลอดภัยของโรงเรียน. วารสารนโยบายและการจัดการศึกษา, 5(1), 33–48.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. (2549). มาตรฐานการศึกษาตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การพิจารณาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2549 - 2553 ). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). รูปแบบการจัดการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม. กรุงเทพมหานคร: 21 เซ็นจูรี่.
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2560). แนวทางการจัดกิจกรรมการส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กพิการ. กรุงเทพมหานคร: สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ.
สุพัตรา มหาทรัพย์. (2564). การวางแผนกลยุทธ์สถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการครุศาสตร์, 15(2), 23–37.