ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี

Main Article Content

ธณกร จันทร์แก้ว
สิน งามประโคน
พระครูภาวนาวุฒิบัณฑิต

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยศึกษาจากประชากรทั้งหมด  คือ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี จำนวน 240 คน นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าความต้องการจำเป็น


ผลการวิจัยพบว่า สภาพที่เป็นจริงของสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง  สภาพที่ควรจะเป็นอยู่ในระดับมาก และความสำคัญของความต้องการความจำเป็นของสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี โดยภาพรวม ค่าดัชนี PNImodified คือ 0.271 และมีความต้องการจำเป็นทุกด้าน  เมื่อเรียงลำดับความต้องการจำเป็นที่มีความสำคัญมากที่สุดที่ต้องการได้รับการพัฒนาก่อน  ซึ่งพิจารณาตามค่าดัชนี PNImodified พบว่า อันดับ 1 คือ  สมรรถนะที่ 1 สามารถใช้และบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม อันดับ 2 คือ สมรรถนะที่ 2 สามารถประเมินการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อนำมาปรับปรุงการบริหารจัดการ และอันดับ 3 คือ สมรรถนะที่ 3 สามารถส่งเสริมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จันทร์แก้ว ธ., งามประโคน ส. ., & พระครูภาวนาวุฒิบัณฑิต. (2025). ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์, 6(3), 52–60. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JOB_EHS/article/view/292521
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 พร้อมกฎหมายที่เกี่ยวข้องและพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์.

วิชิต แสงสว่าง และนวัสนันท์ วงศ์ประสิทธิ์. (2558). รูปแบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในการเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 17(4), 26–39.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานปีงบประมาณ พ.ศ. 2563. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2563). มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 และ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2563. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. พิมพ์ครั้งที่ 3 ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Danwangkhwa, A. (2020). Digital technology competence of school administrators, Lopburi Primary Educational Service Area Office 2 Unpublished independent study, Dual Master's Degree Program in Public Administration and Business Administration, Ramkhamhaeng University.

Johnson, L., Adams Becker, S., Estrada, V. and Freeman, A. (2020). The NMC horizon report: higher education edition.

Likert, R. (1967). The method of constructing an attitude scale. In M. Fishbein, Reading in attitude theory and measurement. New York, NY: Wiley & Sons.

McClelland, D. C. (1985). Human motivation. New York: Cambridge University Press.

Oakland, CA: Poresman & Company.Puangbubpha, M. and Dechabumrung, S. (2021). Information technology competence of school administrators affecting the information system management of schools under the Department of Education, Bangkok. Journal of Educational Studies, Silpakorn University, 19(1), 253–267.

Sueasat, Y., Manyanon, S. and Somphongtham, C. (2021). A study of competency and development guidelines for information technology management of school administrators in the Interdisciplinary Network Area 8 under the Office of Secondary Education Area 33. Journal of Educational Innovation and Research, 5(1), 136–147.

UNESCO. (2022). Education for sustainable development: A roadmap. UNESCO.

World Economic Forum. (2023). Future of jobs report 2023. World Economic Forum.