แนวทางการส่งเสริมภาวะผู้นำเชิงบารมีตามหลักบารมี 10 ของผู้บริหารโรงเรียน ในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงบารมีของผู้บริหารโรงเรียน 2) เพื่อศึกษาวิธีการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงบารมีตามหลักบารมี 10 ของผู้บริหารโรงเรียน และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงบารมีตามหลักบารมี 10 ของผู้บริหารโรงเรียนในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย จำนวน 140 คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 รูป/คน ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงบารมี ผู้บริหารโรงเรียนในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้ง 5 ด้าน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) วิธีการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงบารมีตามหลักบารมี 10 ของผู้บริหารโรงเรียนในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากผลการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงหลักบารมี 10 ประการ สอดคล้องและสามารถพัฒนาภาวะผู้นำเชิงบารมี ได้แก่ ทานบารมี คือการให้การสนับสนุนครูและบุคลากรในทุกๆด้าน ศีลบารมี คือการมีจิตใจที่ซื่อสัตย์ ปัญญาบารมี คือการตัดสินใจอย่างชาญฉลาด วิริยบารมี คือความขยันหมั่นเพียร ขันติบารมี คือความอดทนในการเผชิญกับอุปสรรค อธิษฐานบารมี คืออธิษฐานบารมี จะตั้งใจในการทำงานอย่างเต็มที่ สัจจะบารมี คือวางตัวอย่างมั่นคงและน่าเคารพ ด้วยการรักษาคำพูดและยึดมั่นในหลักคุณธรรม เมตตาบารมี คือการแสดงออกด้วยความอ่อนโยนและเข้าอกเข้าใจผู้อื่น อุเบกขาบารมี คือการวางตัวอย่างสมดุล เป็นกลาง และไม่ลำเอียง ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่เป็นธรรม โปร่งใส และน่าเชื่อถือ เนกขัมมบารมี คือการวางตัวอย่างถ่อมตน ไม่ยึดติดกับตำแหน่งหรือผลประโยชน์ส่วนตัว 3) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงบารมีตามหลักบารมี 10 ของผู้บริหารโรงเรียนในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย (1) การสร้างความมั่นใจในตนเอง ผู้บริหารสามารถสร้างความมั่นใจได้จากรากฐานภายในที่มั่นคง โดยใช้ ปัญญาในการหมั่นเรียนรู้, ศีลและสัจจะ เป็นเกราะป้องกันให้กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง, วิริย และขันติในการเผชิญหน้ากับปัญหาและคำวิจารณ์อย่างไม่หวั่นไหว, และทานในการกล้ามอบหมายงานและให้โอกาสผู้อื่น (2) การสร้างวิสัยทัศน์ที่ท้าทาย การช่วยให้วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร โดยใช้ปัญญาในการมองการณ์ไกล, ศีล กำหนดวิสัยทัศน์ที่โปร่งใสและเป็นธรรม, ทาน เปิดโอกาสให้ทีมมีส่วนร่วม, เมตตา คำนึงถึงประโยชน์สุขของทุกคน และ อธิษฐาน เพื่อสื่อสารเป้าหมายให้ชัดเจนและมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จร่วมกัน (3) การท้าทายค่านิยมเพื่อการเปลี่ยนแปลง การจะสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่าต้องอาศัย ปัญญา ในการมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ที่นอกกรอบเดิม วิริยะ ในการผลักดันอย่างไม่ย่อท้อ, ขันติ ในการอดทนต่อแรงต้าน และ เนกขัมมะ ความเสียสละ ในการปล่อยวางจากแนวทางเดิมๆ เพื่อเปิดรับการพัฒนาที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม (4) ความกล้าแสดงออกและทักษะการสื่อสาร การสื่อสารที่ดีต้องประกอบด้วยศีล เพื่อพูดอย่างสร้างสรรค์ไม่ทำร้ายจิตใจใคร, เมตตา เพื่อสื่อสารด้วยความเข้าอกเข้าใจ, ปัญญา เพื่อให้สารมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพ, สัจจะ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ, และขันติ เพื่อรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างได้อย่างอดทน (5) การมีภาพลักษณ์และการวางตัวที่เหมาะสม ภาพลักษณ์ผู้นำที่ดีเกิดจากการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ โดยมี ศีล เป็นพื้นฐานของความยุติธรรม, ทานและเนกขัมมะ สร้างภาพลักษณ์ของผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม, อุเบกขา ทำให้วางตัวเป็นกลางและน่าเชื่อถือ, และวิริยะ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงาน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารฯ ได้กำหนดความซ้ำของผลงาน ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo ในระดับ ไม่เกิน 25%
ในกรณีที่ บทความวิจัยมีกระบวนการวิจัยเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ผู้นิพนธ์จะต้องส่งหลักฐานการรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มาประกอบการลงตีพิมพ์ด้วยจึงจะได้รับการพิจารณาลงตีพิมพ์ในวารสาร
ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ โดยรวมทั้งทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์และวารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์
เอกสารอ้างอิง
กมลมาลย์ ไชยศิริธัญญา. (2560). ภาวะผู้นำเชิงบารมีของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 10(2), 62-78.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติระเบียบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ฉบับกฤษฎีกา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.
ชยพล เพชรพิมล. (2556). ทฤษฎีบารมี. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เนรมิตร มีเพียร. (2560). การศึกษาบทบาทภาวะผู้นำเชิงอำนาจบารมีในเขตพื้นที่ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ในการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 8. National & International Conference, 8(1), 1301-1310.
ประวิทย์ มั่นปาน. (2566). ภาวะผู้นําเชิงบารมีของผู้บริหารโรงเรียนเอกชน. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ภาณุวัฒน์ พันธุ์ประเสริฐ. (2565). บารมีกับการมีอำนาจทางการเมือง. วิทยานิพนธ์ประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
วัชระ คงแสนคำ. (2565). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงศรัทธาบารมีของผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็ก. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคราม.
วาสินี สุวรรณคาม. (2565). ภาวะผู้นำเชิงบารมีของผู้บริหารสถานศึกษา ในการประชุมวิชาการนาเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ครั้งที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สุกรี สุระคำแหง. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา. วิทยานิพนธศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
สุวิญ รักสัตย์. (2564). การเสริมสร้างสันติสุขในสังคมตามแนวพระพุทธศาสนามหายาน. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 4(2), 785.
อารีย์ แผ้วสกุลพันธ์. (2567). ผู้นำที่มีบารมี. แหล่งที่มา https://www.gotoknow.org/posts. สืบค้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2567.