กลไกการมีส่วนร่วมของหุ้นส่วนทางสังคมเพื่อการแก้ปัญหาสถานการณ์ฝุ่นจากหมอก ควันไฟป่า พื้นที่บ้านหนองเต่า ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ได้แก่ 1.เพื่อศึกษาบริบทเชิงพื้นที่และวิเคราะห์สภาพปัญหาสถานการณ์ฝุ่นจากหมอกควันไฟป่า บ้านหนองเต่า ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ และ 2.เพื่อศึกษากลไกการมีส่วนร่วมของหุ้นส่วนทางสังคมในการแก้ปัญหาสถานการณ์ฝุ่นจากหมอกควันไฟป่า บ้านหนองเต่า ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ การศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้กรอบแนวคิดงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community-Based Research: CBR) ) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 50 คน คัดเลือกด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ประกอบด้วย กลุ่มนโยบายและหน่วยงาน 10 คน กลุ่มผู้นำชุมชน 10 คน กลุ่มชาวบ้านและผู้ปฏิบัติงาน 20 คน และกลุ่มภาคีภายนอก 10 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและการวิเคราะห์เชิงพรรณนา พร้อมตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วยวิธีการตรวจสอบแบบสามเส้า (Triangulation)
ผลการวิจัยพบว่า บ้านหนองเต่าเป็นชุมชนชนบทบนพื้นที่สูงที่มีเศรษฐกิจฐานที่พึ่งพิงเกษตรกรรมและทรัพยากรป่า และพื้นที่ชุมชนตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีความทับซ้อนของสถานะทางกฎหมาย ทั้งเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าชุมชน และพื้นที่ตามโครงการจัดที่ดินทำกิน (คทช.) ความซับซ้อนเชิงโครงสร้างดังกล่าวก่อให้เกิดข้อจำกัดเชิงอำนาจและการบังคับใช้กฎหมาย และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเชื่อมโยงการจัดการพื้นที่และไฟป่า ที่นำมาสู่ปัญหาหมอกควันไฟป่าที่มีความคลุมเครือและไม่แน่นอน และผลจากการศึกษายังพบว่าหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 คือ การพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของหุ้นส่วนทางสังคมที่เป็นหัวใจหลักของการจัดการปัญหาที่ยั่งยืน มีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) การกำหนดเป้าหมายร่วม 2) การกำหนดบทบาทและอำนาจหน้าที่ 3) การสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูล 4) การตัดสินใจร่วม 5) การดำเนินงานร่วม 6) การสร้างแรงจูงใจและการสนับสนุน และ 7) การติดตาม ประเมินผล และสะท้อนบทเรียน
Downloads
Article Details
รูปแบบการอ้างอิง
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)
หมวดหมู่
Copyright & License
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา คุ้มทรัพย์. (2558). สิทธิชุมชนกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษาป่าชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์, 4(1), 141–157. https://doi.org/10.14456/gjl.2015.7
กรมควบคุมมลพิษ. (2562). แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
ชัยชนะ ศรีเพียชัย, เทิดพงศ์ หันจางสิทธิ์, ณิชาภัทร ไพศาล, วิภาลักษณ์ ฤทธิ์จะโป๊ะ, อภิรดี วงศ์ศิริ, และ มานะ นาคำ. (2567). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ของประชาชนในเขตพื้นที่ชุมชนเมือง เทศบาลตำบลบ้านค้อ จังหวัดขอนแก่น. Journal of Spatial Development and Policy, 2(5), 13–24. https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JSDP/article/view/1004/726
ฉัตรทิพย์ ชัยฉกรรจ์. (2560). การจัดการปกครองแบบประสานความร่วมมือ (Collaborative governance): แนวคิดวรรณกรรมคัดสรรและคำสำคัญ. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 10(2), 286–298. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/103996/85592
ภัทราพร เกษสังข์. (2559). การวิจัยปฏิบัติการ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มัทนา ปัญญาคำ, และ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์. (2564). พัฒนาการนโยบายไฟป่าและหมอกควัน: กรณีศึกษานโยบายไฟป่าและหมอกควัน จังหวัดเชียงใหม่. วารสารการบริหารปกครอง, 10(1), 406–446. https://doi.org/10.14456/gjl.2021.14
มาฆะรัตน์ อัมพรเกียรติพล, และ คณิต เขียววิชัย. (2564). รูปแบบการเป็นหุ้นส่วนทางสังคมของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในประเทศไทย. วารสารวิชาการบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, 17(3), 61–76.
ยนตรการ จินะคำปา, และ ศิวรักษ์ ศิวารมย์. (2560). กระบวนการพัฒนาต้นแบบชุมชนบริหารจัดการตนเอง: กรณีศึกษาตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่. วารสารบัณฑิตวิจัย, 8(1), 183–197. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/banditvijai/article/view/95826/74837
รัตนาภรณ์ ศรแก้วดารา. (2562). การพัฒนามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในประเทศไทย. วารสารนโยบายสาธารณะ, 9(2), 23–41. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/tujo/article/view/231781/158059
วิชุตา แก้วเชื้อ. (2564). การเสริมสร้างความเข้มแข็งตามแนวคิดหุ้นส่วนทางสังคมในการจัดสวัสดิการสังคมขององค์กรสาธารณประโยชน์. วารสารการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 14(1), 116–134. https://www.journal.nu.ac.th/JCDR/article/view/Vol-14-No-1-2021-116-134/1853
ศิโรรัตน์ ขุนทอง, นิตยา เมี้ยนมิตร, และ กอบศักดิ์ วันธงไชย. (2566). แนวทางการจัดการไฟป่าในป่าชุมชนตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวนศาสตร์ไทย, 43(1), 87–97. https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tjf/article/view/260834/178562
สมศักดิ์ อมรสิริพงศ์. (2567). ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากฝุ่นควัน PM2.5 ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, 11(2), 105–122. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/isshmu/article/view/271650
สวรินทร์ เบ็ญเด็มอะหลี. (2560). ปัญหาโครงสร้างอำนาจ นโยบาย และกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการป่าของประเทศไทย: กรณีศึกษาป่าทุ่งบางนกออก เขตลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาตอนล่าง. วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต, 5(2), 387–402. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/126962/96299
สุภางค์ จันทวานิช. (2557). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
แสงดาว กองใจ, สมคิด แก้วทิพย์, เฉลิมชัย ปัญญาดี, และ บงกชมาศ เอกเอี่ยม. (2565). การยึดมั่นผูกพันในงานและหนุนเสริมการขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางสังคมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 22(3), 387–397. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/dhammathas/article/view/254147
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2556). การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ: แนวคิด กระบวนการ และบทเรียนจากชุมชน. ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2566). จากป่าไม้สังคมสู่สิทธิชุมชนในสังคมไทย. สังคมศาสตร์วารสารวิชาการ, 35(2), 22–41. https://cmudc.library.cmu.ac.th/frontend/Info/item/dc:176302
โอฬาร อ่องฬะ. (2565). กระบวนการส่งเสริมสิทธิชุมชนในการขับเคลื่อนแผนการจัดการป่าชุมชนภายใต้พระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 10(2), 763–776. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/258802/173388
Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543–571. https://doi.org/10.1093/jopart/mum032
Berkes, F. (2009). Evolution of co-management: Role of knowledge generation, bridging organizations, and social learning. Journal of Environmental Management, 90(5), 1692–1702. https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S030147970800
Emerson, K., Nabatchi, T., & Balogh, S. (2012). An integrative framework for collaborative governance. Journal of Public Administration Research and Theory, 22(1), 1–29. https://doi.org/10.1093/jopart/mur011
Israel, B. A., Schulz, A. J., Parker, E. A., & Becker, A. B. (1998). Review of community-based research: Assessing partnership approaches to improve public health. Annual Review of Public Health, 19, 173–202.
Ostrom, E. (1990). Governing the commons: The evolution of institutions for collective action. Cambridge University Press.
United Nations. (2024). The SDG partnerships guidebook: A practical guide to building high-impact multi-stakeholder partnerships for the Sustainable Development Goals. https://thepartneringinitiative.org/wpcontent/uploads/2022/08/SDG-Partnership-Guidebook-1.0.pdf