การพัฒนารูปแบบ “ชุมชนกรุณา” ในบริบทการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะท้ายและครอบครัวในระบบบริการแบบประคับประคองขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาชุมชนกรุณาโดยเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบพรรณนาเชิงวิเคราะห์ มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อรวบรวม วิเคราะห์องค์ความรู้เรื่องชุมชนกรุณาจากการดูแลผู้ป่วยสูงอายุระยะท้ายและครอบครัวในระบบบริการแบบประคับประคองในระดับชุมชน และศึกษาเทียบเคียงกับแนวทางการพัฒนาชุมชนกรุณาในรัฐเกราลา ประเทศอินเดีย 2) เพื่อสังเคราะห์รูปแบบแนวทางชุมชนกรุณาสำหรับชุมชนภาคอีสานตอนบน และ 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะต่อแนวทางการสร้างชุมชนกรุณาที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคส่วนอื่นๆในชุมชน รวบรวมข้อมูลโดยสัมภาษณ์เชิงลึกแบบเจาะจงและสนทนากลุ่มกับผู้มีบทบาทหลักในเครือข่ายอาสาชุมชนกรุณาโดยเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 36 คน ประกอบด้วย 1) กลุ่มแกนนำหลักกลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำดำ และผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 2) กลุ่มภาคีหลัก ได้แก่ พระสงฆ์ ผู้นำศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม หน่วยดูแลแบบประคับประคอง โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ หน่วยปฐมภูมิในเครือข่ายโรงพยาบาลกาฬสินธุ์และเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ประธานชุมชน ภาคธุรกิจเอกชนและองค์การกุศล และ 3) กลุ่มจิตอาสาจากครอบครัวผู้ป่วยฯที่ได้รับบริการ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ผลศึกษาพบว่า เครือข่ายอาสาสอดคล้องทั้งกับคุณลักษณะสำคัญของชุมชนกรุณา 9 ประการและหน้าที่ทางสังคมและการเมืองการปกครองของกฎบัตรเมืองกรุณา 5 ประการ มีนวัตกรรมศูนย์เรียนรู้ชุมชนกรุณาเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ทำหน้าที่เสมือน “องค์กรรณรงค์ สนับสนุน” แต่พบข้อจำกัดคือ รูปแบบการทำงานเป็นเชิงรับ ยังไม่มีกลไกสร้างการมีส่วนร่วมกับเยาวชน อาจส่งผลต่อการขยายบริการและประสิทธิภาพการบริการในอนาคต ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติคือ ยึดหลักการทำงานโปร่งใส บริหารจัดการตามหลัก SMART พัฒนาหลักสูตรอบรมจิตอาสาตามบริบทวัฒนธรรม และจัดระบบนิเวศชุมชนเอื้อให้เกิดสุขภาวะดีและยั่งยืน ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นควรจัดโครงสร้างและมีกลไกเพื่อสร้างการรับรู้และระดมทรัพยากรสนับสนุน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแบบองค์รวม สร้างความเข็มแข็งของชุมชน
Downloads
Article Details
รูปแบบการอ้างอิง
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)
Copyright & License
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จิรพรรณ นฤภัทร. (2563). ทุนทางสังคมในการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายและครอบครัวในรูปแบบระบบบริการแบบประคับประคอง (Palliative Care Service) ของกลุ่มจิตอาสาเมืองน้ำดําและเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์จังหวัดกาฬสินธุ์.
พีสฟูล เดธ (Peaceful Death). (2564). ถอดบทเรียนชุมชนกรุณา “การทำงาน Community Palliative Care”, 29 กุมภาพันธ์ 2567.
ศรีเวียง ไพโรจน์กุล และคณะ. (ธันวาคม 2567). การวิเคราะห์สถานการณ์และแนวทางการพัฒนาระบบบริการการดูแลประคับประคองในโรงพยาบาล. AGING FOCUS มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย.
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.). (2563). นิยามปฏิบัติการ (Operational definition) ของคำที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care) สำหรับประเทศไทย พ.ศ.2563. www.nationalhealth.or.th
เอกภพ สิทธิวรรณธนะ, ปองกมล สุรัตน์, ฐนิดา อภิชนะกุลชัย และ อัจฉรา ตะนะสุข. (2562). ชุมชนกรุณานิมิตใหม่ของ สังคมไทย (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สามลดา
Kellehear, A. (1999). Health-promoting palliative care: Developing a social model for practice. Mortality, 4(1), 75–82. https://doi.org/10.1080/713685967
___________ (2005). Compassionate Cities: Public health and end-of-life care. New York: Routledge.
Kitreerawutiwong K., Kitreerawutiwong N., Keeratisiroj O., Mekrungrongwong S., Thongkhamcharoen R., & Raksasataya A. (2025). Assessment Palliative Care Needs in Two Rural Communities in Thailand Through a Household Survey in Journal of the Medical Association of Thailand. 108 (7). 580--587
Kumar, S. (June 2013). Model of Delivery Palliative Care and End-of-Life Care http://www.supportiveandpalliativecare.com/
Sallnow L., Kumar S., & Numpeli M. (February 2010). Home-based Palliative Care in Keral, India : The Neighbourhood Network in Palliative Care in Progress in Palliative Care.18(1). 14-17.
World Health Organization. (2021). Palliative care. Retrieved from