ประสิทธิผลการจัดการฝึกอบรมตามหลักธรรมนาวา “วัง” สำหรับคณะสงฆ์ และประชาชนชาวไทย
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาความพึงพอใจของพระสงฆ์และประชาชนชาวไทยที่มีต่อประสิทธิผลการจัดการฝึกอบรมตามหลักธรรมนาวา “วัง” สำหรับคณะสงฆ์และประชาชนชาวไทย และ 2. เสนอแนะในการพัฒนาประสิทธิผลการจัดการฝึกอบรมตามหลักธรรมนาวา “วัง” สำหรับคณะสงฆ์และประชาชนชาวไทย เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 37 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มพระสงฆ์ 5,711 รูป และกลุ่มประชาชนทั่วไป 7,834 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling) เครื่องมือวิจัยที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม (Questionnaire) ลักษณะของแบบสอบถามทั้งปลายปิดและปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยทำการวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Analysis) กับการสัมภาษณ์เชิงลึก (In Depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิรวมทั้งผู้บริหารจังหวัด พระสังฆาธิการ ประชาชนและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ จังหวัดละ 4 รูปหรือคน รวมทั้งสิ้น 148 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 1. คณะสงฆ์ไทยมีความพึงพอใจต่อประสิทธิผลการจัดการฝึกอบรมตามหลักธรรมนาวา “วัง” โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.11, S.D.= 0.74) เช่นเดียวกับประชาชนชาวไทยที่มีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.06, S.D.= 0.73) โดยทั้งสองกลุ่มมีความพึงพอใจในระดับมากในทุกด้านที่ประเมิน 7 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านผู้เข้ารับการฝึกอบรม 2) ด้านเนื้อหาและหลักสูตร 3) ด้านกระบวนการฝึกอบรม 4) ด้านวิทยากร 5) ด้านสภาพแวดล้อม 6) ด้านการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย และ 7) ด้านการบริหารจัดการ และ 2. ข้อเสนอแนะในการพัฒนาประสิทธิผลการจัดการฝึกอบรมตามหลักธรรมนาวา “วัง” สำหรับคณะสงฆ์และประชาชนชาวไทย ได้แก่ 1) การพัฒนาหลักสูตรย่อยที่จำเพาะเจาะจงตามกลุ่มเป้าหมาย เช่น เยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ 2) การพัฒนาสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อการเข้าถึงที่ง่ายขึ้น การใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นการปฏิบัติจริงและกิจกรรมกลุ่ม 3) การพัฒนาศักยภาพวิทยากรผู้สอนอย่างต่อเนื่องทั้งด้านทักษะการสอนและเทคโนโลยี 4) การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครหรือพี่เลี้ยงเพื่อติดตามและให้คำแนะนำแก่ผู้ผ่านการอบรมอย่างต่อเนื่อง และ 5) การผลักดันให้เป็นนโยบายสำคัญของคณะสงฆ์และหน่วยงานราชการเพื่อการขยายผลอย่างยั่งยืน
Downloads
Article Details
รูปแบบการอ้างอิง
ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research Articles)
หมวดหมู่
Copyright & License
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรศิริ คตภูธร. (2558). ยุทธศาสตร์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเพื่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างยั่งยืน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี, 4(2), 54–69.
ณัฎฐพันธ์ เขจรนันทน์. (2545). การจัดการทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพฯ: บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน).
พระครูภาวนาโชติคุณ (กุ้ยไฮ้ ชุตินฺธโร). (2559). รูปแบบการฝึกอบรมคุณธรรมจริยธรรมที่เหมาะสมสำหรับผู้ต้องขังหญิงตามพุทธวิธี. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 5(3), 63–80.
พระจารุวณฺโณ ภิกฺขุ. (2567). หลักการชาวพุทธ ธรรมนาวา “วัง”. เชียงใหม่: สถานศึกษาธรรมดอยธรรมนาวา.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2547). พุทธวิธีบริหาร. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหากฤษฎา กิตฺติโสภโณ. (2562). รูปแบบการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับวัยรุ่นไทยยุคใหม่ตามหลักพุทธธรรมผ่านกลไกการขับเคลื่อนโครงการคลินิกคุณธรรมของพระธรรมวิทยากร. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 8(1), 59–70.
พระมหากฤษฎา กิตฺติโสภโณ. (2564). ระเบียบวิธีวิจัยทางการจัดการเชิงพุทธ. พระนครศรีอยุธยา: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สมชัย กลิ่นจันทร์, และคณะ. (2559). การเผยแผ่พระพุทธศาสนา: การพัฒนารูปแบบและวิธีการเชิงรุกของคณะสงฆ์ไทย. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 5(1), 205–215.
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (2568). ข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั่วไป. สืบค้น 2568, 16 มกราคม จาก https://ayutthaya.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/323793
หนังสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์. (2568,). “เลขาธิการพระราชวัง” เชิญหนังสือธรรมนาวา “วัง” ถวายแด่เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ. สืบค้นจาก https://www.banmuang.co.th/news/politic/405141#:~:text=หนังสือธรรมนาวา%20”วัง”%20มี,ทุกวัยเข้าถึงได้ง่าย
Cameron, K. S., & Quinn, R. E. (1999). Diagnosing and changing organizational culture: Based on the competing values framework. Addison-Wesley.
Cameron, K. S., & Whetten, D. A. (1983). Organizational effectiveness: A comparison of multiple models. Academic Press.
Cronbach, L. J. (1971). Essentials of psychological testing (4th ed.). New York: Harper & Row.
Drucker, P. F. (1993). Management: Tasks, responsibilities, practices. HarperBusiness.
Etzioni, A. (1964). Modern organizations. Prentice-Hall.
Fayol, H. (1916). Administration industrielle et générale. Dunod.
Gulick, L. (1937). Notes on the theory of organization. In L. Gulick & L. Urwick (Eds.), Papers on the science of administration. Institute of Public Administration.
Kaplan, R. S., & Norton, D. P. (1996). The balanced scorecard: Translating strategy into action. Harvard Business Press.
Katz, D., & Kahn, R. L. (1978). The social psychology of organizations (2nd ed.). Wiley.
Likert, R. (1967). The human organization: Its management and value. McGraw-Hill.
Nadler Leonard. (1982). Designing Training Program : The Critical Events Mode. Massachusetts :Addison-Wesley Publishing Company,