รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครู ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

ผู้แต่ง

  • กิ่งดาว นิตยไพบูลย์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอปักธงชัย https://orcid.org/0009-0001-2494-8125

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e292974

คำสำคัญ:

รูปแบบการพัฒนาครู, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning), ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษารูปแบบการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอปักธงชัย ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสาเหตุของปัญหาและแนวทางแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และความต้องการจำเป็นของการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ

ระเบียบวิธีการวิจัย: ผู้วิจัยกำหนดขอบเขตการวิจัยและการดำเนินงานวิจัย ดังนี้ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอปักธงชัย จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และผู้เรียนศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอปักธงชัย ภาคเรียนที่ 1/2566 จำนวน 1,587 คน ดังนี้ ระดับประถมศึกษา จำนวน 32 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 610 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 945 คน ภาคเรียนที่ 2/2566 จำนวน 1,635 คน ดังนี้ ระดับประถมศึกษา จำนวน 29 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 625 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 981 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติที่พื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการสังเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)

ผลการวิจัย: ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพการดำเนินการปัจจุบันและสภาพการดำเนินการที่คาดหวังเกี่ยวกับการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) พบว่า สภาพการดำเนินการปัจจุบันโดยรวมอยู่ในระดับน้อย ขณะที่สภาพการดำเนินการที่คาดหวังโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานในปัจจุบันยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ควรจะเป็น และมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาในทุกด้านเมื่อพิจารณาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาครู สามารถเรียงลำดับความสำคัญได้ ดังนี้ 1) ด้านวิธีพัฒนาครู 2) ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และ 3) ด้านการนิเทศ การพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
ผลการพัฒนารูปแบบ พบว่า รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหาสาระ 4) กระบวนการพัฒนา และ 5) การวัดและประเมินผล นอกจากนี้ ผู้วิจัยได้จัดทำเอกสารประกอบการใช้รูปแบบ ได้แก่ คู่มือการใช้รูปแบบพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน (สำหรับผู้อำนวยการสถานศึกษา) และคู่มือการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน (สำหรับครู) ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้านความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ และประโยชน์ในการใช้จริง และได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ และการศึกษาผลการใช้รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ผลการศึกษา พบว่า หลังการใช้รูปแบบการพัฒนาครู ครูมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับสูงมาก และมีพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับดีเยี่ยม ขณะที่ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับดี (3 ขึ้นไป) คิดเป็นร้อยละ 84.24 ซึ่งสูงกว่าค่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนดไว้ นอกจากนี้ครูและผู้เรียนยังมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และต่อรูปแบบการพัฒนาครู รวมถึงเอกสารประกอบ ในระดับมากที่สุด ทุกด้านผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการพัฒนาครูที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบสนองความต้องการของครูและผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม ส่งเสริมให้ครูมีความรู้ ความสามารถ และพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่มีคุณภาพซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

สรุปผล: การพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอปักธงชัย มีความต้องการจำเป็นสูงและสอดคล้องกับสภาพการดำเนินงานทั้งปัจจุบันและที่คาดหวัง รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีองค์ประกอบครบถ้วนและผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้านความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และประโยชน์ โดยได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

ณิรดา เวชญาลักษณ์. (2561). หลักการจัดการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นนทลีพร ธาดาวิทย์. (2559). การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning. ก รุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ประคอง รัศมีแก้ว. (2563). การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สุพรรณบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3.

วัชรา เล่าเรียนดี, ปรณัฐ กิจรุ่งเรือง, & อรพิณ ศิริสัมพันธ์. (2560). กลยุทธิ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาการคิดและยกระดับคุณภาพการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21. นครปฐม: เพชรเกษมพริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด.

วาสนา ต่อชาติ. (2564). การพัฒนารูปแบบนิเทศภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็กที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัล. โรงเรียนบ้านคำโพน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

ศรีภาวรรณ ไสโสภา. (2565). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนตะคร้อพิทยา อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 18(2), 125–138.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). รายงานประจำปี 2561. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้. กรุงเทพฯ: หน่วยศึกษานิเทศก์สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ. (2565). รายงานการศึกษาไทย พ.ศ. 2565. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2556). บทวิเคราะห์การพัฒนาครูทั้งระบบและข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาครูเพื่อคุณภาพผู้เรียน. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

โสภาพร ไสยแพทย์. (2565). การพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยในชั้นเรียนของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308

Meyers, C., & Jones, T. B. (1993). Promoting active learning: Strategies for the college classroom. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-26

รูปแบบการอ้างอิง

นิตยไพบูลย์ ก. . (2026). รูปแบบการพัฒนาครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครู ที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(2), e292974 . https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e292974

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ