ความต้องการจำเป็นในการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับพัฒนาทักษะการเรียนรู้เพื่ออนาคตของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา

ผู้แต่ง

  • ฤทัยรัตน์ เทศจันทร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ https://orcid.org/0009-0001-1753-6915
  • พร้อมพิไล บัวสุวรรณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ https://orcid.org/0000-0002-1119-6083
  • วรรณวิศา สืบนุสรณ์ คล้ายจำแลง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ https://orcid.org/0000-0001-5975-8148

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e291602

คำสำคัญ:

ความต้องการจำเป็น, ระบบนิเวศการเรียนรู้, ทักษะการเรียนรู้เพื่ออนาคต

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ระบบนิเวศการเรียนรู้มีความสัมพันธ์เกื้อหนุนให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ เกิดทักษะการเรียนรู้เพื่ออนาคตที่สามารถรับมือกับความผันผวนของกระแสการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ กอปรกับการจัดการศึกษาในจังหวัดระยอง มีการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนให้เกิดการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นผู้รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้นในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับพัฒนาทักษะการเรียนรู้เพื่ออนาคตของผู้เรียน

ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ข้าราชการครูในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาเครือข่ายสหวิทยาเขตระยอง 2 โดยเปรียบเทียบจากตารางกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Krejcie & Morgan (1970) แล้วทำการแบ่งชั้นตามขนาดของโรงเรียน จำนวน 368 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้เทคนิค Modified Priority Needs Index (PNImodified) ในการจัดลำดับความสำคัญ

ผลการวิจัย: ความต้องการจำเป็นในการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับพัฒนาทักษะการเรียนรู้เพื่ออนาคตของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มีค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น ลำดับแรก คือ ทักษะการคิด (PNImodified = 0.333) และ (PNImodified = 0.366) ตามลำดับ

สรุปผล: ทักษะการคิดเป็นความสามารถทางปัญญาในการประมวลข้อมูลเพื่อแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ โดยผ่านการวางแผนอย่างมีวิจารณญาณ วิเคราะห์ เชื่อมโยงให้มีการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างยืดหยุ่น จึงมีความจำเป็นต่อผู้เรียนในทุกระดับชั้น อันจะเป็นพื้นฐานการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาที่ดีในรายวิชาอื่นๆ ได้

เอกสารอ้างอิง

กรุงเทพธุรกิจ. (2567). AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ภายในปี 2025: การคาดการณ์ของ Elon Musk. https://www.bangkokbiznews.com

จักรกฤษณ์ สิริริน. (2563). ระบบนิเวศการเรียนรู้ยุคใหม่กับบริบทการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21. วารสารการศึกษาเพื่อการพัฒนา, 15(2), 112–125.

นงลักษณ์ วิรัชชัย, & สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (Need Assessment Research). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นริศนา ใจคง, & สิริกานต์ แก้วคงทอง. (2564). นิเวศการเรียนรู้: เรื่องเก่าบทวิถีใหม่. วารสารการศึกษาไทย, 18(3), 64–69.

ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์. (2562). การพัฒนาเยาวชนเพื่ออนาคต: การเรียนรู้ตลอดชีวิต. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์การศึกษาไทย.

พร้อมพิไล บัวสุวรรณ. (2567). ทักษะที่จำเป็นต่อชีวิตสำหรับผู้เรียนในโลกยุคใหม่ รวมพลังสร้างกรอบทักษะ ระบบนิเวศการเรียนรู้ และแนวทางการขับเคลื่อน. กรุงเทพฯ: วิช กรุ๊ป (ไทยแลนด์).

ภาวรรณ ธนาเลิศสมบูรณ์. (2564). การศึกษาไทย 2020: บทเรียนเรื่องความเหลื่อมล้ำฉบับเร่งรัด และไร้ปรานี. กรุงเทพฯ: กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.).

สถาบันเพื่อพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการและบุคลากรแห่งอนาคต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. (2566). ฉากทัศน์แรงงานอนาคตกับการเปลี่ยนผ่านของ AI (พ.ศ. 2563–2603). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). ทิศทางการขับเคลื่อนการศึกษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2566). ระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

Bloom, B. S., & Krathwohl, D. R. (2002). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom’s taxonomy of educational objectives. Longman.

Bronfenbrenner, U. (1974). Two worlds of childhood: U.S. and U.S.S.R. Russell Sage Foundation.

Bronfenbrenner, U. (1994). Ecological models of human development. In T. Husen & T. N. Postlethwaite (Eds.), International encyclopedia of education (2nd ed., Vol. 3, pp. 1643–1647). Elsevier.

D2L Corporation. (2019). The future of work and learning: Developing durable skills for the new economy. https://www.d2l.com/future-of-work/

Delaney, H. (2022). Future skills education: Preparing youth for an unpredictable world. UNESCO Publishing. https://doi.org/10.54675/NPEQ5495

Dondi, M. (2021). Defining the skills citizens will need in the future world of work. McKinsey & Company. https://www.mckinsey.com/industries/public-sector/our-insights/defining-the-skills-citizens-will-need-in-the-future-world-of-work

Gütl, C., & Chang, V. (2014). Ecosystem-based learning in the 21st century. International Journal of Learning and Teaching, 3(2), 56–64. https://www.researchgate.net/publication/26584705_Ecosystem-based_Theoretical_Models_for_Learning_in_Environments_of_the_21st_Century

Kimura, D., & Tatsuno, M. (2017). 21st-century competencies and education in Japan. Center for Research on Education and Human Development. https://asiasociety.org/files/21st-century-competencies-japan.pdf

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308

Luksha, P., Selawry, D., Utin, K., & Laur, S. (2017). Educational ecosystems for societal transformation: A framework for the future of learning. Global Education Futures Initiative. https://www.joshuacubista.com/uploads/7/8/9/8/7898654/gef-report.pdf

UNICEF. (2019). Global framework on transferable skills. United Nations Children’s Fund (UNICEF). https://www.unicef.org/media/64751/file/global-framework-on-transferable-skills-2019.pdf

Wetsch, L. R. (2012). A model for the 21st-century learning ecosystem: Reimagining teacher preparation. International Journal of Technology, Knowledge and Society, 8(1), 105–114.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-22

รูปแบบการอ้างอิง

เทศจันทร์ ฤ., บัวสุวรรณ พ. ., & สืบนุสรณ์ คล้ายจำแลง ว. (2026). ความต้องการจำเป็นในการจัดระบบนิเวศการเรียนรู้สำหรับพัฒนาทักษะการเรียนรู้เพื่ออนาคตของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(2), e291602. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e291602

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ