การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษและเจตคติต่อการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ร่วมกับเทคนิคการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e291187คำสำคัญ:
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ, การเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร, เทคนิคการใช้เกม, เจตคติต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษและเจตคติต่อการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ร่วมกับเทคนิคการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ร่วมกับเทคนิคการใช้เกม 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ร่วมกับเทคนิคการใช้เกม กับเกณฑ์ร้อยละ 60 3) เพื่อศึกษาเจตคติต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ร่วมกับเทคนิคการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-experimental research) ผู้วิจัยใช้แบบแผนการวิจัยแบบ One-shot case study design กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนการเรียนสายภาษา โรงเรียนแกลง“วิทยสถาวร” ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 40 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ร่วมกับเทคนิคการใช้เกม 2) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ และ 3) แบบวัดเจตคติต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
ผลการวิจัย: ผลกาวิจัยพบว่า 1) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ร่วมกับเทคนิคการใช้เกม โดยมีการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการจัดกิจกรรมด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ จำนวน 30 ข้อ พบว่าคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนเท่ากับ 24.85 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 82.83 ของคะแนนเต็ม และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.83 2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ร่วมกับเทคนิคการใช้เกม กับเกณฑ์ร้อยละ 60 พบว่า คิดเป็นร้อยละ 82.83 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ผ่านที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่กำหนดไว้ที่ 0.05 3) นักเรียนมีระดับเจตคติต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 4.28 -4.50 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.48 "
สรุปผล: การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษและเจตคติต่อการเรียนรู้ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ร่วมกับเทคนิคการใช้เกม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ทำให้นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบหลังการเรียนสูงกว่าเกณฑ์ผ่านที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 60 ผลการประเมินเจตคติต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 พบว่า นักเรียนมีระดับเจตคติโดยรวมอยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
กฤชเชาว์ นันทสุดแสวง. (2568). ทัศนคติของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับต่ำ. วารสารเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 19(ฉบับพิเศษ), 75–89.
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนแกลง“วิทยสถาวร”. (2564). หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (น. 1–3).
กัลยา จันเลน, ผาสุข บุญธรรม, & สุดาพร ปัญญาพฤกษ์. (2558). การพัฒนาทักษะการฟัง และการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการใช้เกม. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 8(18), 99–106
ชไมพร ชาญวิจิต, & ดนิตา ดวงวิไล. (2559). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง English in Daily Life ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ที่มีผลต่อความสามารถด้านการฟัง การพูด และความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].
ณัฐวราพร เปลี่ยนปราณ & สุทัศน์ นาคจั่น. (2558). การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้เกมประกอบการสอนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดทุ่งน้อย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. Veridian E Journal, Silpakorn University (Humanities, Social Sciences and Arts), 8(2), 1672–1684.
ทิศนา แขมมณี. (2550). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดการกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรศักดิ์ อุ่นอารมย์เลิศ. (2549). เครื่องมือการวิจัยทางการศึกษา: การสร้างและการพัฒนา. นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
รงคเทพ ลิ้มมณี, & ศรีสมร พุ่มสะอาด. (2563). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้เกมเพื่อการเรียนรู้สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยรังสิต].
โรงเรียนเทิงวิทยาคม. (2563). การศึกษาเจตคติต่อวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทิงวิทยาคม [รายงานการวิจัยในชั้นเรียน]. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย เขต 2.
ล้วน สายยศ, & อังคณา สายยศ. (2543). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
สหรัฐ ลักษณะสุต. (2564). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเกมมิฟิเคชันเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา].
อภิสรา พงษ์ชาติ, สุภิญญา ปัญญาสีห์, ทัศนีย์ จันติยะ, จิราภรณ์ กาแก้ว, โชคชัย เตโช, & ศศิธร ศรีพรหม. (2564). การใช้เกมคำศัพท์เพื่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 11(3), 98–105.
อรรชนิดา หวานคง. (2559). การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในศตวรรษที่ 21. วารสารสถาบันวิจัยญาณสังวร มหาวิทยาลัยมกุฏราชวิทยาลัย, 7(2), 303–314.
Barefoot TEFL Teacher. (2020, October 24). What is ‘Presentation, Practice, Production’ (PPP). https://www.barefootteflteacher.com/p/what-is-presentation-practice-production
Brumfit, C. J. (1984). Communicative methodology in language teaching: The roles of fluency and accuracy. Cambridge University Press.
Canale, M., & Swain, M. (1980). Theoretical bases of communicative approaches to second language teaching and testing. Applied Linguistics, 1(1), 1–47.
Deci, E. L., & Ryan, R. M. (1985). Intrinsic motivation and self-determination in human behavior. Springer.
Larsen-Freeman, D., & Anderson, M. (2011). Techniques and principles in language teaching (3rd ed.). Oxford University Press.
Likhman, S. (2021, July 5). Teaching Methods: PPP. https://lanalikhman.wordpress.com/2021/07/05/teaching-methods-ppp/
Liu, M. (2010). The impact of game-based learning on students’ engagement and academic performance in English language classrooms. Journal of Educational Technology & Society, 13(3), 233–245.
Richards, J. C. (2006). Communicative language teaching today. Cambridge University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





