ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดของนักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e290096

คำสำคัญ:

ความเครียด, นักศึกษาต่างชาติ, ระดับบัณฑิตศึกษา, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: นักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีเป็นสิ่งที่น่าให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีความเครียดทางด้านการเรียนสูง เนื่องจากนักศึกษาบางคนมีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบและจะต้องแบ่งเวลาเพื่อที่จะมาเรียนหนังสือ รวมถึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ทั้งในด้านรูปแบบการใช้ชีวิต เพื่อนใหม่ รูปแบบการสอน ภาษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างในประเทศไทย ดังนั้น การศึกษานี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความเครียดของนักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษา 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดของต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษา

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสํารวจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เป็นชาวต่างชาติ ปีการศึกษา 2567 ของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีจำนวนทั้งสิ้น 286 คนหลังจากการเก็บแบบสอบถามคืน พบว่าได้แบบสอบถามคืนทั้งสิ้น 275 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 96.15 เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม มีทั้งหมด 3 ส่วน คือแบบสอบถามข้อมูลส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่าง แบบประเมินภาวะสุขภาพจิตที่มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.74 และแบบสำรวจระดับความเครียดของนักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษาที่มีค่า IOC = 0.67 และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม = 0.92 การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่เป็นชาวต่างชาติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานร่วมกับการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression)

ผลการวิจัย: 1) นักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีส่วนใหญ่มีความเครียดอยู่ในระดับต่ำ (Mild) โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 115 คน คิดเป็นร้อยละ 41.82 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด และมีนักศึกษาที่มีความเครียดระดับรุนแรง (Severe) ทั้งสิ้น 8 คน คิดเป็นร้อยละ 2.91 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 2) ผลการศึกษาปัจจัยด้านการเรียน ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และด้านความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น พบว่าปัจจัยด้านการเรียน และปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อความเครียดของนักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และตัวแปรทั้ง 2 สามารถร่วมกันทำนายความเครียดของนักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษาได้ร้อยละ 3.3 โดยตัวแปรที่มีอิทธิพลทำนายสูงสุดคือ ปัจจัยด้านการเรียนและรองลงมาคือปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

สรุปผล: นักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีส่วนใหญ่มีความเครียดอยู่ในระดับต่ำ (Mild) และปัจจัยด้านการเรียน และปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อความเครียดของนักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษาอย่างมีนัยสำคัญ

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. (1998).การดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติ.กรุงเทพฯ: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.

กรมสุขภาพจิต, กระทรวงสาธารณสุข. (2004). คู่มืออยู่อย่างมีความสุขในเรือนจํา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร:

โรงพิมพ์ชุมนุนสหกรณ์เกษตรแห่งประเทศไทย จํากัด.

โกศล วงศ์สวรรค์ และเลิศลักษณ์ วงศ์สวรรค์. (2008). สุขภาพจิต.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์บริษัทธเนศวร พริ้นติ้ง จำกัด.

จิริสุดา สินธุศิริ, ปทิตตา สงวนสุข, & นริศรา ชัยเชียงพิณ. (2024). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความเครียดของ

นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 คณะสาธารณสุขศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. วารสารวิชาการ สาธารณสุขชุมชน, 10(01), 209-209.

มหัตนิรันดร์กุล ส., พุ่มไพศาลชัย ว., & ตาปัญญา พ. (2017). การสร้างแบบวัดความเครียดสวนปรุง. Academic

Psychiatry and Psychology Journal, 13(3), 1–20.

ศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กรมสุขภาพจิต. (2018). ข้อมูลสำรวจความสุขและความเครียดของประชาชนในกรุงเทพมหานคร ปี 2561. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กรมสุขภาพจิต

อนุรัตน์ อนันทนาธร. (2016). ภาวะความเครียดและพฤติกรรมการจัดการความเครียดของข้าราชการ

ตำรวจภูธร สังกัดตำรวจภูธร ภาค 2. รายงานการวิจัยคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา.

อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์ (1999). ความสัมพันธ์ระหว่างระดับมโนทัศน์เกี่ยวกับตนเองในการทำงาน และระดับ

ความเครียดที่เกิดจากการทำงานของผู้ใหญ่วัยตอนต้นและผู้ใหญ่วัยกลางคน กรณีศึกษาพนักงานที่ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจชั้นดี สำนักงานใหญ่. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

อ้อยทิพย์ บัวจันทร์. (2020) ความเครียดและวิธีเผชิญความเครียดของนักศึกษาสาธารณสุข. วิทยาลัยการ

สาธารณสุขสิรินธร, 7(2), 194-203.

Lazarus, R.S., and Folkman, S. (1984). Stress, appraisal and coping. New York: Springer

Lin, H. J., & Yusoff, M. S. B. (2013). Psychological distress, sources of stress and coping strategy in high school students. International medical journal, 20(6), 672-676.

Luthans, B. C., Luthans, K. W., & Jensen, S. M. (2012). The impact of business school students’

psychological capital on academic performance. Journal of Education for Business, 87, 253-259.

Maidment, J. (2003). Problems experienced by students on field placement: Using research

findings to inform curriculum design and content. Australian Social Work, 56, 50-60.

Moya, E., Larson, L. M., Stewart, R. C., Fisher, J., Mwangi, M. N., & Phiri, K. S. (2022). Reliability and

validity of depression anxiety stress scale (DASS)-21 in screening for common mental disorders among postpartum women in Malawi. BMC psychiatry, 22(1), 352.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-19

รูปแบบการอ้างอิง

ไชยเลิศ ช. ., สิริพลวัฒน์ ช. ., วันทอง ว. ., ขจรอำไพสุข น. ., & ฤทธิโสม ส. . (2026). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดของนักศึกษาต่างชาติระดับบัณฑิตศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี . Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(2), e290096. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e290096

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ