ความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289610

คำสำคัญ:

ความฉลาดทางอารมณ์, ผู้บริหารสถานศึกษา, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพัทลุง เขต1

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี และระบบการศึกษามีความรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาจึงไม่เพียงแต่ต้องมีความรู้ทางวิชาการและการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่าความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิผล การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 2) ศึกษาเปรียบเทียบความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่เพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน และขนาดของสถานศึกษา และ 3) รวบรวมข้อเสนอแนะในการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1

ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 สุ่มตัวอย่างผู้บริหารสถานศึกษาให้กระจายตามสถานศึกษาด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่ายทำให้ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่างจากผู้บริหาร จำนวน 88 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความตรงระหว่าง 0.67-1.00 และ ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.987 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวน และ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา

ผลการวิจัย: พบว่า  1) ความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก 2) ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน แตกต่างกัน จะมีความฉลาดทางอารมณ์โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วน ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีเพศ ระดับการศึกษา และขนาดสถานศึกษาแตกต่างกัน จะมีความฉลาดทางอารมณ์โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน และ 3) ข้อเสนอแนะ ผู้บริหารจำเป็นต้องมีแนวทางในการจัดการกับความเครียดและแรงกดดันที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจทำได้โดยการจัดอบรมเพื่อให้ความรู้และเทคนิคในการบริหารอารมณ์ รวมถึงวิธีการจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ

สรุปผล: ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 มีระดับความฉลาดทางอารมณ์อยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านการควบคุมอารมณ์และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างเหมาะสม ทั้งนี้พบว่า ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมีความสัมพันธ์กับระดับความฉลาดทางอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่เพศ ระดับการศึกษา และขนาดของสถานศึกษาไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ จากผลดังกล่าวจึงควรมีการส่งเสริมและพัฒนาแนวทางในการจัดการอารมณ์แก่ผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารงานภายใต้สภาวะกดดัน และสร้างภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

จิตรลดา พงษ์พิทักษ์. (2566). การพัฒนาภาวะผู้นำทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาผ่านกระบวนการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ.

ณัฏฐมนกาญน์ กลิ่นน้อย. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษากับการดำเนินงานด้านบุคคลของสถานศึกษา อำเภอไทรน้อย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2. วารสารชมรมบัณฑิตศิลป์, 2(2), 103–116.

ปฐมวิทย์ วิธิรวาท. (2565). ความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยพะเยา.

รุ้งนภา ทองยอด. (2566). ความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 8(1), 449–461.

ศิริลักษณ์ พันธ์เพชร. (2566). การศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของครูในสังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 8(1), 341–354.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1. (2567). ข้อมูลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1. เข้าถึงจาก https://www.phatthalung1.go.th/

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2557). การศึกษาองค์ความรู้กับคุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์: ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotion Quotient: EQ). กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิก.

สุนันทา ชัยวงศ์. (2564). การพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาตามแนวคิดความฉลาดทางอารมณ์. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม, 17(2), 112–124.

อิสกัญดาร์ โตะมะ. (2560). ความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.

Gardner, H. (1983). Frames of mind: The theory of multiple intelligences. New York: Basic Books.

Goleman, D. (1998). Working with emotional intelligence. New York, NY: Bantam Books.

Goleman, D. P. (1995). Emotional intelligence: Why it can matter more than IQ for character, health and lifelong achievement. New York: Bantam Books.

Likert, R. (1967). The method of constructing an attitude scale. In M. Fishbein (Ed.), Attitude theory and measurement (pp. 90–95). New York: Wiley & Son.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-20

รูปแบบการอ้างอิง

อูเซ็ง อ. . ., & แก้วมโน เ. . (2026). ความฉลาดทางอารมณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(1), e289610. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e289610

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ