การพัฒนาสมรรถนะทนายความมืออาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความในเขตศาลยุติธรรมภาค 3
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.283862คำสำคัญ:
การพัฒนา, สมรรถนะทนายความมืออาชีพ, ทนายความ, ศาลยุติธรรมภาค 3บทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ความสามารถของทนายความมืออาชีพมีความจำเป็นในการรักษาความยุติธรรม รับรองการเป็นตัวแทนทางกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และปกป้องสิทธิของลูกความ ความสามารถดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสามารถของทนายความในการนำทางระบบกฎหมายที่ซับซ้อนด้วยทักษะและคุณธรรม เพื่อให้แน่ใจว่ามีความยุติธรรมและปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนั้นบทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับสมรรถนะทนายความมืออาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ ในเขตศาลยุติธรรมภาค 3 (2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะทนายความมืออาชีพของ ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ ในเขตศาลยุติธรรมภาค 3 และ (3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะทนายความในการพัฒนาทนายความมืออาชีพในเขตศาลยุติธรรมภาค 3
ระเบียบวิธีการวิจัย: ใช้การวิจัยแบบผสม กลุ่มตัวอย่าง คือ ทนายความองค์กรและทนายความอิสระในพื้นที่ศาลยุติธรรมภาค 3 จำนวน 374 คน กลุ่มเป้าหมายในการสัมภาษณ์ คือ ประธานสภาทนายความ ในพื้นที่ศาลยุติธรรมภาค 3 จำนวน 20 คน เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ กึ่งโครงสร้าง สถิติในการวิจัย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย: (1) ระดับสมรรถนะทนายความมืออาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ ในเขตศาลยุติธรรมภาค โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (2) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะทนายความมืออาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ ในเขตศาลยุติธรรมภาค 3 ประกอบด้วย ด้านวัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือ ด้านสถานที่ ด้านบุคลากร ด้านการประสานความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านโครงสร้างของหน่วยงาน ด้านงบประมาณ มีค่าความสัมพันธ์ระหว่าง .326-.733 และ (3) แนวทาง การพัฒนาสมรรถนะทนายความในการพัฒนาทนายความมืออาชีพในเขตศาลยุติธรรมภาค 3 ประกอบด้วย (3.1) ด้านโครงสร้างของหน่วยงาน การตั้งบริษัทช่วยสร้างมาตรฐานและโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจน มีโครงสร้างสำนักงานที่เหมาะสมและชัดเจน สร้างการเป็นเจ้าของร่วมกัน การรวมตัวผู้เชี่ยวชาญ ด้านต่าง ๆ ในการจัดตั้งบริษัท (3.2) ด้านบุคลากร มีการจัดทีมและการทำคดีเฉพาะตัว มีความเชี่ยวชาญ ในด้านคดีประเภทต่าง ๆ จัดตำแหน่งในสำนักงาน พัฒนาบุคลากรด้านงานธุรการ การติดตามและตรวจสอบงานอย่างต่อเนื่อง (3.3) ด้านงบประมาณ วางแผนค่าใช้จ่ายและรายได้อย่างรอบคอบ การจัดทำสเตทเม้นท์ทางการเงิน จัดตั้งสำนักงานในรูปแบบนิติบุคคล และจัดทำเอกสารทางการเงินการจัดการทางการเงิน อย่างโปร่งใส (3.4) ด้านสถานที่ ใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำเลที่สะดวกและใกล้ กับสถานที่ราชการ ควรมีการจัดพื้นที่ที่เหมาะสม และครบถ้วนเพื่อรองรับการทำงาน การจัดการที่ดีในสำนักงาน โดยการมีการแบ่งพื้นที่ชัดเจน (3.5) ด้านวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือ จัดเตรียมอุปกรณ์ที่รองรับการทำงาน การปฏิบัติงานที่เน้นคุณภาพการทำงาน พัฒนาและสร้างความเป็นเลิศในด้าน การใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่มีคุณภาพ มีการเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ (3.6) ด้านการประสานความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างความรู้จักและความสัมพันธ์ในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมสังคมและช่วยเหลือสังคมสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ สร้างเครือข่ายในวิชาชีพทนายความ
สรุปผล: สมรรถนะของทนายความมืออาชีพในเขตศาลยุติธรรมภาค 3 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุดปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะ ได้แก่ วัสดุอุปกรณ์ สถานที่ บุคลากร โครงสร้างหน่วยงาน งบประมาณ และการประสานงาน แนวทางพัฒนาเน้นการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ทีมบุคลากร งบประมาณ สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และสร้างความร่วมมือเพื่อความยั่งยืนในวิชาชีพ
เอกสารอ้างอิง
เกื้อจิตร ชีระกาญจน์. (2555). สมรรถนะในปัจจุบันของผู้จัดการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย (รายงานผลงานวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
เสรี สุวรรณภานนท์. (2544). ปัญหาทางกฎหมายในการเรียกค่าตอบแทนการจ้างว่าความ. วิทยานิพนธ์ ปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2548). การปรับใช้สมรรถนะในการบริหารทรัพยากรมนุษย์. กรุงเทพฯ: สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน.
สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 3. (2560). บริบทข้อมูลของหน่วยงาน. กรุงเทพฯ: สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 3.
American Bar Association. (2019). The Impact of Technology on the Legal Profession. American Bar Association. Retrieved from American Bar Association.
Bingham, L.B., & Godwin, M.E. (2017). The Role of Inter-Agency Collaboration in Legal Practice. Journal of Legal Practice and Management, 25(3), 100-118.
Boyatzis, R.E. (1982). The competent manager: A model for effective performance. John Wiley and Sons.
Campbell, E. and Marshall, D. (2021). Enhancing Lawyer Performance through Technology. Legal Practice Research Journal, 13(2), 45-63.
Davies, B. and Ellison, L. (1997). School Leadership for the 21st Century. London: Rutledge.
Davis, M., & Richards, L. (2018). The Role of Organizational Structure in Enhancing Lawyer Efficiency. Journal of Legal Management, 34(2), 52-64.
Embley, J., Goodchild, P., Shephard, C., & Slorach, S. (2020). Legal Systems and Skills: Learn, Develop, Apply (4th ed.). Oxford University Press.
Greenwood, M., & Bittner, R. (2020). The Impact of Teamwork and Support Staff on Lawyer Performance. Legal Management Journal, 15(2), 44-59.
Jones, D.A., & Bell, S.M. (2016). Organizational Structure and Legal Performance: The Impact of Clear Roles and Responsibilities. Journal of Legal Studies and Practice, 14(1), 73-86.
Katz, D., & Fisher, S. (2018). The Relationship Between Budget Allocation and Legal Firm Performance. Journal of Legal Economics, 19(3), 211-225.
Kennedy, P.W., & Dresser, S.G. (2005). Creating a competency-based workplace. Benefits and Compensation Digest, 42(2), 20-23.
Kirkpatrick, D.L., & Kirkpatrick, J.D. (2018). The Kirkpatrick Model: A Practical Guide to the Effective Use of Training Evaluation. Association for Talent Development.
McClelland, D.C. (1973). Testing for competence rather than for “intelligence”. American Psychologist, 28(1), 1-14.
Miller, R., & Lincoln, T. (2020). Effective Collaboration Among Legal Agencies: Impact on Lawyer Performance. International Journal of Legal Studies, 14(2), 34-50.
Morris, C., & Wright, A. (2020). Impact of Financial Resources on Lawyer Productivity and Performance. International Journal of Legal Management, 27(4), 50-65.
Mundin, F. (2024). The Top 7 Skills for Lawyers. LawCrossing. Retrieved from www. lawcrossing.com.
Parry, S.R. (1996). The quest for competencies. Training, 33(7), 48-56.
Prahalad, C.K., & Hamel, G. (1990). The core competence of the corporation. Harvard Business Review, 68(3), 79-91.
Spencer, L.M. (1993). Behaviorally anchored competency models: A guide for business and training development. New York: John Wiley and Sons.
Spencer, L.M., & Spencer, S.M. (1993). Competence at work: Models for superior performance. John Wiley and Sons.
Woodruffe, C. (1991). Competent by any other name. Personnel Management, 23(9), 30-33.
Yamane, Taro. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 2nd edition. New York: Harper. and. Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





