ยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย – สหภาพเมียนมาในพื้นที่ความรับผิดชอบกองทัพภาคที่ 3

ผู้แต่ง

DOI:

https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e283460

คำสำคัญ:

ยุทธศาสตร์ยาเสพติดชายแดน, ป้องกันยาเสพติด, การมีส่วนร่วมของชุมชน, เครือข่ายชาติพันธุ์, ความร่วมมือไทย–เมียนมา

บทคัดย่อ

ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นปัญหาระดับชาติที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศที่ซับซ้อนและยากต่อการควบคุม กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดที่มักดำเนินการโดยเครือข่ายของกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งมีความเชื่อมโยงข้ามพรมแดน ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ แต่ยังกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และสังคมที่ส่งผลให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนมีความรุนแรง 2) เพื่อเสนอแนวทางยุทธศาสตร์ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ระเบียบวิธีวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้วิธีการดังนี้ ประชากร: เจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และประชาชนในชุมชนชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหายาเสพติด กลุ่มตัวอย่าง: ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้มีประสบการณ์หรือเกี่ยวข้องโดยตรง เครื่องมือวิจัย: แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แนวคำถามสนทนากลุ่ม และแบบบันทึกการสังเกตการณ์ภาคสนาม การเก็บข้อมูล: ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการวิเคราะห์เอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ข้อมูล: การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) โดยการตีความข้อมูลเชิงคุณภาพและจัดหมวดหมู่ตามประเด็นหลัก

ผลการวิจัย: 1 )ปัจจัยทางภูมิศาสตร์และสังคมที่ส่งผลให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดมีความรุนแรง ได้แก่ ภูมิประเทศที่ซับซ้อน การเข้าถึงยากของพื้นที่ชายแดน ความยากจน ความไม่เท่าเทียม และบทบาทของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ 2) แนวทางยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพชุมชนในฐานะเครือข่ายเฝ้าระวัง การสนับสนุนทรัพยากรและเทคโนโลยีจากรัฐ การส่งเสริมอาชีพทางเลือกเพื่อลดความเสี่ยง และการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในระดับท้องถิ่น สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 1) สนับสนุนงบประมาณและการฝึกอบรมเครือข่ายชุมชนชายแดนให้สามารถเฝ้าระวังและรายงานข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ 2) พัฒนาเทคโนโลยีช่วยตรวจตรา เช่น โดรน ระบบ GIS และฐานข้อมูลข่าวกรองร่วม 3) สร้างความร่วมมือเชิงรุกกับเมียนมาเพื่อควบคุมพื้นที่รอยต่อ และดำเนินการจับกุมร่วม 4) จัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกที่ยั่งยืนและไม่ต้องพึ่งพาการลักลอบขนยา

สรุป: การแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนต้องใช้แนวทางแบบองค์รวมที่เชื่อมโยงภาครัฐ ชุมชน และความร่วมมือระหว่างประเทศเข้าด้วยกัน การใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นจะช่วยให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงกลาโหม. (2567). รายงานยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดน. กองยุทธศาสตร์และการวางแผน.

ณรงค์ศักดิ์ หนูสอน, สมชาย จันทร์สว่าง, & วิไลพร ภู่วิจิตร. (2565). ปัจจัยทางสังคมกับปัญหายาเสพติดชายแดนไทย–เมียนมา. วารสารวิจัยสังคมศาสตร์, 15(2), 45–67.

ทิพย์วรรณ เจิมกูลกิจ. (2560). เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการลาดตระเวนชายแดน. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยแห่งชาติ.

วรรณ เจิมกูลกิจ. (2560). เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการลาดตระเวนชายแดน. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยแห่งชาติ.

ศิริกาญจน์ วงศ์ศรีตระกูล. (2564). ความยากจนกับเครือข่ายค้ายาเสพติดชายแดน. วารสารอาชญาวิทยา, 28(1), 112–130.

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2564). พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564. ราชกิจจานุเบกษา, 138(ตอนพิเศษ 102 ก), 1–25. https://ratchakitcha.soc.go.th

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (2565). รายงานสถานการณ์ยาเสพติดชายแดนภาคเหนือ ประจำปี 2565. https://www.oncb.go.th/report

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (2566). รายงานประจำปี 2566. https://www.oncb.go.th

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (2567). แนวทางการใช้เทคโนโลยีปราบปรามยาเสพติด. https://www.oncb.go.th/tech-guideline

หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด. (2566). คู่มือปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดชายแดน (พิมพ์ครั้งที่ 3). กองอำนวยการร่วม.

Bovenkerk, F. (2000). Organized crime in border regions. In P. C. van Duyne (Ed.), Cross-border crime in a changing Europe (pp. 81–98). Tilburg University Press.

Holden, W. N. (2021). Drug trafficking in the Golden Triangle: Geopolitical challenges. Journal of Borderlands Studies, 36(3), 401–420. https://doi.org/10.1080/08865655.2021.1921234

Prichard, J., & Goodman, D. J. (2018). Border security collaboration: Lessons from Australia. Security Journal, 31(2), 487–505. https://doi.org/10.1057/s41284-017-0111-4

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-23

รูปแบบการอ้างอิง

ลิ้มรุ่งยืนยง บ. ., & วงษ์วัฒนพงษ์ ก. . (2026). ยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย – สหภาพเมียนมาในพื้นที่ความรับผิดชอบกองทัพภาคที่ 3. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 6(1), e283460. https://doi.org/10.60027/iarj.2026.e283460

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ