การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่ม เครือข่ายที่ 25
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.283239คำสำคัญ:
การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น, องค์กรแห่งการเรียนรู้, ยุคดิจิทัลบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในทุกภาคส่วน สถานศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการบริหารสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และการวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่ม เครือข่ายที่ 25
ระเบียบวิธีการวิจัย: ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู รวมทั้งสิ้น 135 คน ซึ่งกำหนดขนาดโดยตารางของเครจซี่และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified random sampling) โดยแบ่งชั้นตามขนาดของและตำแหน่งการปฏิบัติงาน จากนั้นทำการสุ่มอย่างง่ายในแต่ละชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต
บึงกุ่ม เครือข่ายที่ 25 แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNImodified)
ผลการวิจัย: การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น (PNIModified) ของการบริหารสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลสำหรับโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่ม เครือข่ายที่ 25 พบว่า ด้านที่มีดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด คือ ด้านการมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน (PNIModified= 0.23) รองลงมา คือ ด้านการจัดการความรู้ (PNIModified=0.20) ด้านการคิดอย่างมีระบบ (PNIModified= 0.14) ด้านที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นเท่ากันและจัดอยู่ในอันดับเดียวกัน คือ ด้านการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีมและด้านการใช้เทคโนโลยี (PNIModified= 0.13) และด้านที่มีดัชนีความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด คือ ด้านการเป็นบุคคลรอบรู้ (PNIModified= 0.10)
สรุปผล: ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตบึงกุ่ม เครือข่ายที่ 25 พบว่า การมีวิสัยทัศน์ร่วมกันเป็นประเด็นที่มีความต้องการจำเป็นมากที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและกำหนดทิศทางร่วมกันระหว่างบุคลากรในโรงเรียนเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
กันตธี เนื่องศรี, พชรวิทย์ จันทร์ศิริสิร, และโกวัฒน์ เทศบุตร. (2564). การประเมินความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างภาวะผู้นําพลังร่วมของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึก. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร ป, 9(2), 689-698.
กิตติมา ใจปลื้ม, นิลาวัลณ์ จันทะรังษี, อัมพล เจริญนนท์, เริงวิชญ์ นิลโคตร, และวัยวุฒิ บุญลอย. (2564). การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้. วารสารมหาจุฬานาคร ทรรศน์ มหาวิทยาลัยรำไพพรรณี, 12(6), 45-60.
เก๋ ทองสะอาด. (2566). ความต้องการจำเป็นและแนวทางการส่งเสริมความสามารถในการจัดการเรียนรู้ยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1. การค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
จักรกฤษณ์ กังหัน, จิณณ์ณิตา ทับทิม, จิตสุภา สารพันธ์, พรรณิศา ขันเพ็ชร, ภัทราพร เยาวรัตน์, และสถิรพร เชาวน์ชัย. (2566). เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลตามความคิดเห็นของบุคลากรในโรงเรียนมัธยม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุตรดิตถ์. วารสารปราชญ์ประชาคม, 1(3), 43-54.
ณัฐพงษ์ น้อยโคตร. (2565). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งความสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มหาสารคาม เขต 2. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม]. iThesis มหาวิทยาลัยศิลปากร. http://202.28.34.124/dspace/bitstream/123456789/1473/1/63010581018.pdf
ธัญญาภรณ์ นาจำปา. (2564). การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล สำหรับโรงเรียนมัธยมศึกษา. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. iThesis มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. http://ir-ithesis.swu.ac.th/dspace/bitstream/123456789/1876/1/
เนตรนภา สิงขรณ์. (2566). ความต้องการจำเป็นและแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคความปกติใหม่ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. E-Thesis มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. https://gsmis.snru.ac.th/e-thesis/file_att1/202310286 4421229207_fulltext.pdf
ฝ่ายการศึกษา. (2567). โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตบึงกุ่ม. สำนักงานเขตบึงกุ่ม. Retrieved July 25, 2024, from: https://webportal.bangkok.go.th/buengkum/page/sub/27012/
มลฤดี เพ็งสง่า, และมัทนา วังถนอมศักดิ์. (2566). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ศรีนครินทรวิโรฒ, 24(2), 162-175.
มาริษา พลวงศ์ษา, สุมาลี ศรีพุทธรินทร์, และจารุวรรณ เขียวน้ำชุม. (2565). สภาพ ความต้องการจําเป็น และแนวทางพัฒนาการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร. วารสารรัชต์ภาคย์, 16(46), 162-178.
วันชนก อาจปรุ. (2564). แนวทางการพัฒนาความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในเขตภาคกลาง. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.คลังปัญญามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. http://www.repository.rmutt.ac.th/dspace/bitstream/123456789/4151/1/RMUTT-175338
วีรศักดิ์ แสงกล้า. (2565). ความพึงพอใจของครูที่มีต่อการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร. วารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 2(3), 123-133.
ศิรินทรา นาราช. (2567). การบริหารสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน, 10(2), 49-62.
ศุภวัฒน์ มาศรี, และศิริพงษ์ เศาภายน. (2565). การพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนในเครือเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ. วารสารวิจยวิชาการ, 5(4), 203-214.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2554). คู่มือการประเมินสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (บทนำ). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สุนิสา มุ้ยจีน. (2566). การศึกษาการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. E-Theses มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี. https://etheses.rbru.ac.th/showthesis.php?theid=371&group=20
สุปรีดา โกษาแสง. (2565). เทคโนโลยีดิจิทัลสาหรับการบริหารสถานศึกษาในยุค Digital Transformation. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 19(17), 242-250
สุวิมล ว่องวานิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Krejcie, R., & Morgan, D. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. Educational and Psychological Measurement, 30, 607-610.
Senge, P.M. (2006). The Fifth Discipline: The Art and Practice of the Learning Organization. Doubleday (A Division of Random House), New York, 7.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





