การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่องชนิดของคำภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบแบบฝึก
DOI:
https://doi.org/10.60027/iarj.2025.277558คำสำคัญ:
เทคนิค STAD, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการในการเรียนรู้ที่หลากหลายถือเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและรับประกันความสำเร็จในการได้รับความรู้ กิจกรรมที่วางแผนอย่างมีประสิทธิภาพจะส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ และการประยุกต์ใช้ทักษะ ซึ่งช่วยปรับปรุงผลการเรียนรู้โดยรวม การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD ประกอบแบบฝึก ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผล โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD ประกอบแบบฝึก 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD ประกอบแบบฝึก ก่อนเรียนกับหลังเรียน และ 4) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรม โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD ประกอบแบบฝึก
ระเบียบวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโนนเกษตร จำนวน 21 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และสถิติการทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test Dependent Sample)
ผลการวิจัย: (1) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD ประกอบแบบฝึก มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.26/82.86 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด (2) ค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD ประกอบแบบฝึก มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.7584 หรือคิดเป็นร้อยละ 75.84 (3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD ประกอบแบบฝึก หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ (4) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ เทคนิค STAD ประกอบแบบฝึก โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
สรุปผล: ผลการเรียนและระดับความพึงพอใจของนักศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลัก STAD มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง ผลการวิจัยเหล่านี้เน้นย้ำถึงประสิทธิผลของแนวทางดังกล่าวในการเพิ่มการมีส่วนร่วมและผลลัพธ์จากการเรียนรู้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
เผชิญ กิจระการ. (2544). การหาค่าดัชนีประสิทธิผล. มหาสารคาม. ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
มนชิดา เรืองรัมย์. (2556). การพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ปริญญานิพนธ์ ศษ.ม. (ภาษาไทย) มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2553). การออกแบบการจัดการเรียนรู้ ตามแนวคิดแบบ Backward Design. พิมพ์ครั้งที่ 4. มหาสารคาม : กากะเยียสำนักพิมพ์.
สงัด แสนเสนา. (2554). การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ชนิดของประโยคชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สมชาย รัตนทองคำ. (2554). การสอนทางกายภาพบำบัด. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สรัญญพัชร์ แก้วศรีไตร. (2563). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารเรื่องคำและหน้าที่ของคำโดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2550). หลักการสอน (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (2009). Cooperation and competition: Theory and research. Edina, MN: Interaction Book Company.
Rohrbeck, C. A., Ginsburg-Block, M. D., Fantuzzo, J. W., & Miller, T. R. (2003). Peer-assisted learning interventions with elementary school students: A meta-analytic review. Journal of Educational Psychology, 95(2), 240–257.
Slavin, R. E. (1994). Using Student Team Learning. The Johns Hopkins Team Learning Project. MA: Center for Social Organization of Schools.
Slavin, R. E. (1995). Cooperative learning: Theory, research, and practice (2nd ed.). Boston, MA: Allyn & Bacon.
Slavin, R. E. (2014). Cooperative learning and academic achievement: Why does groupwork work? Anales de Psicología/Annals of Psychology, 30(3), 785–791.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Interdisciplinary Academic and Research Journal

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ในบทความใดๆ ใน Interdisciplinary Academic and Research Journal ยังคงเป็นของผู้เขียนภายใต้ ภายใต้ Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License การอนุญาตให้ใช้ข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ของสิ่งพิมพ์ ผู้ใช้ใดๆ เพื่ออ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก แจกจ่าย พิมพ์ ค้นหา หรือลิงก์ไปยังบทความฉบับเต็ม รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำดัชนี ส่งต่อเป็นข้อมูลไปยังซอฟต์แวร์ หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมายอื่นใด แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือด้วยเจตนาที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจใดๆ





