นโยบายการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนยั่งยืนเพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากของท้องถิ่น

ผู้แต่ง

  • ธนกรณ์ จันทร์แย้ม หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://orcid.org/0009-0005-3209-1298
  • อนุชิต โมลา หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://orcid.org/0009-0008-0690-4226
  • กัมปนาท วงษ์วัฒนพงษ์ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://orcid.org/0009-0000-2618-6868

DOI:

https://doi.org/10.14456/iarj.2023.208

คำสำคัญ:

วิสาหกิจชุมชนยั่งยืน; , ความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก

บทคัดย่อ

นโยบายในการพลิกฟื้นสถานการณืทางด้านเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะก่อให้เกิดแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสมโดยเฉพาะแนวคิดวิสาหกิจชุมชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจของชุมชน ซึ่งจากแนวคิดดังกล่าวนั้นจึงส่งผลต่อแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้แข็งแกร่งเพื่อสร้างกลไกในการแข่งขันกับทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดภายนอกประเทศได้มากยิ่งขึ้น การศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการศึกษา ดังนี้ (1) ศึกษาการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนยั่งยืน และ (2) ศึกษาการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก โดยการศึกษาการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนแบบยั่งยืน เป็นการศึกษาหลักการ ความเป็นมาของวิสาหกิจชุมชนในไทย และศึกษาองค์ประกอบวิสาหกิจชุมชนยั่งยืนประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านการตลาด ด้านการผลิต ด้านการเงิน และด้านการบริหารจัดการ รวมทั้งศึกษาการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก เป็นการศึกษาความหมาย หลักการ และการขับเคลื่อนการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจแบบบูรณาการ โดยการมีส่วนร่วมของหลายภาคส่วน ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษาและวิชาการ ภาคประชาสังคม และภาควิสาหกิจชุมชนหรือธุรกิจชุมชน โดยการศึกษาพบว่า องค์ประกอบของวิสาหกิจชุมชน ด้านการตลาด ด้านการผลิต ด้านการเงิน และด้านการบริหารจัดการ ทั้งหมดมีความสำคัญและส่งผลต่อการดำเนินงานเพื่อเป็นการสร้างให้วิสาหกิจชุมชนมีความเข้มแข็ง และสามารถพี่งพาตนเองได้ ตามแนวคิด มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ส่วนการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากต้องอาศัยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมแบบบูรณาการทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษาและวิชาการ ภาคประชาสังคม และภาควิสาหกิจชุมชนหรือธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายซึ่งกันและกันเพื่อขับเคลื่อนการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนท้องถิ่น และเป็นการยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และสร้างความมั่งคงทางรายได้ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกและประชาชนในชุมชนท้องถิ่นให้อยู่ดี กินดี มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจที่ดี

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ อุ้ยวงค์. (2564). การเพิ่มรายได้ของชุมชนด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนใน วิสาหกิจเพื่อสังคม: กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ผักปลอดสารพิษ ตำบลบ้านโต้น อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิทยาการจัดการ. 8(2), 242-256.

กรรณิการ์ สายเทพ และพิชญา เพิ่มไทย. (2560). แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อการส่งออกของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนดอกไม้ประดิษฐ์ ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง. วารสารวิทยาการจัดการ สมัยใหม่. 10(2), 1-11.

คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ. (2559). สานพลังประชารัฐ. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

จักรพงษ์ พวงงามชื่น และคณะ. (2558). การพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน: กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่. รายงานผลการวิจัย. มหาวิทยาลัยแม่โจ้.

ชลกนก โฆษิตคณิน และคณะ. (2560). ปัญหา อุปสรรคและแนวทางการพัฒนาการจัดทำบัญชีวิสาหกิจชุมชน จังหวัดนครปฐม. วารสาร Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ. 10(3), 2138-2151.

ทิพย์วรรณ จันทรา และคณะ(2565). การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนแบบยั่งยืนของกลุ่มอาชีพ ในเขตพื้นที่บ้านดอน โรง ตำบลเขาพระบาท อำเภอเชียงใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. 9(4), 418-435.

นงคราญ ไชยเมือง. (2558). การพัฒนาการจัดการของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน. วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ. 25(1), 15-39.

บัวพันธ์ พรหมพักพิง. (2555). ความอยู่ดีมีสุข. วารสารมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 29(2), 23-50.

ปัณณวิชญ์ แสงหล้า และคณะ. (2565). การพัฒนาองค์ความรู้เศรษฐกิจฐานรากของชุมชนเพื่อความยั่งยืนใน ศตวรรษที่ 21. วารสารมหาจุฬาวิชาการ. 9(3), 290-303.

พรชัย พันธุ์ธาดาพร. (2558). การมีส่วนร่วมในการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชน จังหวัดพระนครสรีอยุธยา. รายงานวิจัย.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ.

พระปลัดสุระ ญาณธโร(จันทึก) และอรพิน ปิยะสกุลเกียรติ. (2561). บทบาทของสภาองค์กรชุมชนในการ พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์.

ภวัต พัฒนนิภากร และเสาวลักษณ์ โกศลกิตติอัมพร. (2562). บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสู่ไทยแลนด์ 4.0. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์. 4(1), 53-69.

เมธิกา พ่วงแสง และหญิง มัทนัง. (2563). แนวทางการส่งเสริมการตลาดสำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสตรีบ้าน บึง ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี. วารสารปัญญาภิวัฒน์. 12(2), 55-66.

เยาวลักษณ์ สุวรรณแข และคณะ.(2566). การถ่ายทอดความรู้ด้วย SECI Model เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ การเกษตรของวิสาหกิจชุมชนตำบลนาข้าวเสีย และเครือข่าย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง. วารสารอินทนิล ทักษิณสาร. 18(1), 173-194.

วรรณวิภา ไตลังคะ และโชติ บดีรัฐ, (2565), นโยบายและกลไกการส่งเสริมการเกษตรมูลค่าสูงขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น, วารสารคุณภาพชีวิตกับกฎหมาย, 18(1), 95-107.

ศุภชัย เหมือนโพธิ์ และธีรศักดิ์ อุ่นอารมณ์เลิศ. (2561). การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการประชุม ตาม แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย. 10(1), 131-144.

สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน. (2558). 15 ปี 15 รูปธรรม “พลังองค์กรชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก”. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน.

สัญญา เคณาภูมิ. (2558). แนวทางการพัฒนาประสิทธิผลของวิสาหกิจชุมชนในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์. 2(3), 68-85.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ.

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี.(2564). คำแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร. รัฐบาลไทย. Retrieved on December 5, 2022. Source http://www.thaigov.goth/news/contens/details/42246 .

อุทัย ปริญญาสุทธินันท์. (2560). วิสาหกิจชุมชน ปฏิทรรศน์ในการแข่งขันทางธุรกิจ. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับภาษาไทย. 37(2), 131-150.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-08-06

รูปแบบการอ้างอิง

จันทร์แย้ม ธ. ., โมลา อ. ., & วงษ์วัฒนพงษ์ ก. . (2023). นโยบายการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนยั่งยืนเพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากของท้องถิ่น. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 3(4), 575–586. https://doi.org/10.14456/iarj.2023.208

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ